LFPTH : ลาลีก้า สเปน ลีกอันดับหนึ่งของวงการลูกหนัง

ตอนนี้ทางบล็อคได้ทำการ เปลี่ยนระบบ comment จากของ blogger เป็นระบบ disqus.... อ่านรายละอียดเพิ่มเติม (คลิ๊ก)

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เลือกตั้ง III : ขึ้นเวที..!


โรเซลล์ - เฟร์เร - โกดาล - โซเรียโน่
หนังสือพิมพ์กีฬา Mundo Deportivo ประจำแคว้นกาตาลันวันที่27.12.9 พาดหัวข่าวว่า "A ESCENA" หรือในภาษาไทยแปลว่า "ขึ้นเวที" โดยภาพข้างหลังเป็นผู้สมัครตัวเต็งในตำแหน่งสโมสรบาร์เซโลน่า


เลือกตั้ง I : โจน ลาปอร์ต้า (2003-2010)
เลือกตั้ง II : โจน ลาปอร์ต้า (2003-2010)

หลังเราได้ครอบคลุมเรื่องประธานคนปัจจุบันอย่าง โจน ลาปอร์ต้า ทั้งเรื่องในแง่ดีและแง่ไม่ดี วันนี้เรามาลองดูคร่าวๆกันดีกว่าประธานในอนาคตหลังจากการเลือกตั้ง มีสิทธิที่จะเป็นใครบ้าง...

คนในแคว้นกาตาลัน สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้สามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆคือ กลุ่มสนับสนุนผู้บริหารชุดปัจจุบันต่อไป กลุ่มที่สองคือต้องการ "เปลี่ยนแปลง"

อัลฟอนส์ โกดาล  -  เฆาเม่ เฟร์เร


สำหรับกลุ่มที่หนึ่ง ในเมื่อ โจน ลาปอร์ต้า เป็นตัวไม่ได้... แล้วคำถามคือถ้าคนอยากเลือกลาปอร์ต้าต่อหล่ะต้องทำยังไง? คำตอบก็คือ เลือก "ตัวแทน" ของลาปอร์ต้า ซึ่งบอร์ดบริหารชุดปัจจุบันรวมทั้งลาปอร์ต้าจะคัดเลือกกัน เพื่อให้ได้ชื่อเพียงหนึ่งชื่อ และนำเสนอเป็นตัวแทนของบอร์ด หากใครประทับใจ และ อยากลงคะแนนให้ผู้บริหารปัจจุบันทำงานต่อ (แน่นอนว่า ลาปอร์ต้า เป็น "ตัวแทน" ของตัวเองไม่ได้) แล้วคนๆนั้นคือใครหล่ะ?

คำตอบก็คือ...ยังไม่รู้... ตอนนี้บอร์ดยังตกลงกันออกมาเป็นชื่อเดียวไม่ได้ แต่ตัวเลือกที่เกี่ยงกันอยู่ก็มีอยู่หลักๆ 2 คนที่เป็นไปได้มากสุด คนที่สองและสาม (ซ้ายไปขวา) ในปกหนังสือพิมพ์ข้างบนนั่นคือ เฆาเม่ เฟร์เร และ อัลฟอนส์ โกดาล ตามลำดับแน่นอนว่าปรัชญาการบริหาร และ โครงสร้างต่างๆในสโมสรคงคล้ายคลึงกับในยุค ลาปอร์ต้า หรือสุดท้ายอาจจะไม่ใช่สองคนนี้ก็ได้ที่เป็นตัวแทนบอร์ด ซาเบียร์ ซาล่า มาร์ติน ก็เป็นอีกคนที่มีข่าวว่าอาจจะเป็นตัวเลือกได้


สำหรับกลุ่มที่สองคือกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเก้าอี้สโมสร มีผู้สมัครหลายต่อหลายคน บางคนก็ออกมาประกาศว่าจะสมัครแล้ว บางคนก็ยังเงียบๆดูท่าที สำหรับตัวเต็งจริงๆที่น่าจะมีคะแนนเสียงขึ้นมาสู้กับฝ่ายขั้วอำนาจปัจจุบันก็คงหนีไม่พ้น "ซานโดร โรเซลล์" ซึ่งอดีตเคยเป็นมือขวาของ โจน ลาปอร์ต้า ในสมัยเข้ามารับงานใหม่ๆด้วย

ซานโดร โรเซลล์


โรเซลล์ ถือว่าเป็นตัวเต็งของการเลือกตั้งครั้งนี้เลยก็ว่าได้ นอกจากจะเป็นอดีตมือขวาของ ลาปอร์ต้า ยังเป็นอดีตผู้บริหารของบริษัท "ไนกี้" ซึ่งเขาทำงานในวงการฟุตบอลบราซิล เมื่อเลิก เขาก็ยังมีเส้นสายอยู่ ซึ่งเขาก็ได้ใช้เส้นสายนี้ในการช่วยเซ็นสัญญากับ โรนัลดินโญ่ และ เดโก้ ซึ่งเป็นแกนหลังของ บาร์เซโลน่า ของ แฟร็งค์ ไรจ์การ์ด หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ลาออก (2005) ให้เหตุผลว่าปรัชญาการทำทีมของ ลาปอร์ต้า ไม่เหมือนตอนที่บอกไว้ตอนแรก และก็ได้ประกาศตัวเองว่าเขาจะมาเป็นคู่แข่งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ตั้งแต่นั้นมา เขาก็ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งตลอด แต่ความสำเร็จในช่วงท้ายๆของบาร์เซโลน่าในช่วง ลาปอร์ต้า จะมีผลต่อความนิยมของ โรเซลล์ หรือไม่ ตอนนี้ทุกอย่างยังไม่เคลียร์...

นอกจาก โรเซลล์ ผู้ที่จะมาเป็นตัวเลือกของผู้คนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงก็ยังมีคนอื่นๆอีก ไม่ว่าจะเป็น เฆาเม่ กีซ่า, เฟร์รัน โซเรียโน่, อากุสติ เบเนดิโต้, และอีกหลายๆรายที่ยังไม่ได้ประกาศตัว

ตอนนี้ทุกๆอย่างยังไม่เคลียร์เท่าไร ผู้สมัครหลายๆคนก็ยังไม่ออกมายืนยันว่าจะลงสมัครไหม ตัวแทนบอร์ดชุดปัจจุบันก็ยังไม่ได้ข้อสรุป (คาดว่าน่าจะได้เร็วๆนี้) นโยบายของแต่ละคนก็ยังไม่ถูกประกาศออกมาชัดเจน (ของบางคนอาจจะเห็นลางๆ แต่ก็ยังเปลี่ยนแปลงกันได้) แฟนๆบอลบาร์เซโลน่าคงต้องรอต่อไปเพื่อความชัดเจน และเพื่อสนับสนุนประธานสโมสรที่ดีที่สุดสำหรับสโมสรรักของพวกเขา

TOP10: ก่อน 2010... [8-10]



อีกไม่นานแล้วก็จะถึงปี 2010 ก่อนจะถึงวันนั้น LFPthailand ขอพอทุกท่านกลับไปดูสิ่งที่น่าจดจำสิบอย่างในวงการฟุตบอลสเปนในรอบปี 2009 ดีกว่า...


10.


เริ่มต้นกันเลยดีกว่าที่อันดับ 10... เราขอมอบให้ ดีเอโก ฟอร์ลัน ดาวยิงแอต.มาดริด!  ดาวยิงชาวอุรุกวัย ในปี 2009 เขาก็ได้ตอกย้ำความสำเร็จบนแผ่นดินสเปนอีกครั้งโดยการคว้ารางวัล "ปิชิชี่" (ยิงเยอะสุดในลีก) และ "รองเท้าทองคำ" (ยิงเยอะสุดในยุโรป *เมื่อคิดคะแนนออกมา) ทั้งคู่เป็นครั้งที่สองที่เขาได้ (ได้ครั้งแรกสมัยอยู่ บียาร์เรอัล) ในฤดูกาล 2008/2009 เขายิงไปถึง 32 ประตู จากการลงสนาม 33 นัด ทำให้แอตเลติโก้ มาดริด คว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่จนได้ ในซัมเมอร์มีข่าวว่าเขาจะย้ายทีมหลายต่อหลายครั้ง (แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เรอัล มาดริด, และอื่นๆ...) แต่สุดท้ายเขาก็ยังอยู่ ปีนี้แม้แอตมาดริดผลงานไม่ดี แต่เขาก็ได้ช่วยทีมอย่างสุดความสามารถ ยิงไป 6 ลูกใน 11 เกมส์ 2009...อีกหนึ่งปีประทับใจของ ดิเอโก ฟอร์ลัน!


9.


เฆเรส? ทีมอย่างเฆเรส? น่าประทับใจ? มี 7 คะแนนเมื่อผ่านมาจนเบรกคริสต์มาส อยู่อันดับบ๊วยของลาลีก้า... นั่นแหละครับที่น่าประทับใจ ทีมเล็กๆ(มาก...) อย่าง เฆเรส สามารถจบฤดูกาลในเซกุนด้าด้วยการเป็นแชมป์ ขนาดทีมใหญ่อย่าง ซาราโกซ่า ยังพลาดแชมป์ให้เฆเรส ทำให้ทีมเล็กๆ(มาก...)อย่าง เฆเรส ขึ้นลีกสูงสุด "ลาลีก้า" ครั้งแรกในรอบ 62 ปี เมืองเล็กๆในแคว้น อันดาลูเซีย ฉลองกันอย่างบ้าคลั่ง ถือเป็นที่น่าปลื้มใจแทน แม้ว่าพอขึ้นมาแล้วก็คงตกลงไปใหม่ แต่แฟนๆก็คงไม่สามารถลืมช่วงเวลาในปี 2009 ที่พวกเขาสามารถขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์บนลีกสูงสุดได้


8.


อันดับ 8! เป็น เอสปันญ่อล กับสนามใหม่ของพวกเขา คอร์เนญา เอล ปรัต หลังจากใช้สนามชั่วคราวระหว่างการสร้างสนามใหม่นี้ถึง 12 ปี ในรัง โอลิมปิก เด มอนต์จูอิค ในที่สุดในปี 2009! พวกเขาก็ได้ย้ายมาบ้านใหม่ซะที



ติดตามอันดับต่อไปได้ใน TOP10: ก่อน 2010... [7-5]

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552

กาลาติกอส 1.2?


เมื่อผมเห็นข้อความข้างบนปุ๊บจากสื่อโปรตุเกส....ทันใดนั้นเอง....ผม....ก็ตัดสินใจ......เอ่อ.....ใช้ google แปลก่อน (ก็อ่านไม่ออกหนิ!!) พอแปลออกมาได้ความว่า "Figo has Real Madrid's invitation to play again" หรือ หลุยส์ ฟิโก้ ได้รับคำเชิญจากสโมสร เรอัล มาดริด เพื่อกลับมาเล่นอีกครั้ง!! เมื่อผมเห็นปุ๊บ.....ผมขยี้ตาตัวเอง ด้วยความประหลาดใจ คิดกับตัวเองว่าฝันอยู่รึเปล่า แต่พออ่านดีๆก็ถึงรู้ว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป

หลุยส์ ฟิโก้ ได้แขวนสตั๊ตไปกับ อินเตอร์ มิลาน เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว และก็ได้เปลี่ยนบทบาทจากนักฟุตบอล เป็นทูติให้กับอินเตอร์ ล่าสุดหลุยส์ ฟิโก้ได้รับการเชื้อเชิญจากสโมสรเก่าที่เล่นให้ระหว่างปี 2000-2005 อย่าง เรอัล มาดริด ให้กลับมาเตะฟุตบอลในทีมอาวุโส

โดยสื่อก็คาดการว่า ฟิโก้ ก็น่าจะตอบรับคำเชิญ โดยหากตอบรับ ก็ต้องซ้อมกับทีมอาทิตย์ละสองครั้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มกราคมเป็นต้นไปที่สนามซ้อมของ เรอัล มาดริด บัลเดเบบาส โดยทีมนี้จะเข้าร่วมกับลีกฟุตบอลอาวุโสในร่ม ในขณะเดียวกัน เดปอติโบ ลา คอรุนญา และ บาร์เซโลน่า ก็ส่งทีมเข้าสู่ลีกเช่นกัน

โดยแฟนๆบอลก็จะได้เห็นเหล่าอดีตนักเตะของราชันชุดขาวอีกครั้ง (เลิกเล่นกันไปหมดแล้ว) ไม่ว่าจะเป็น เฟร์นันโด เอียร์โร่ ตำนานแข้งสเปน และ อดีตกัปตัน เรอัล มาดริด ซึ่งปัจจุบันรับหน้าที่ผอ.กีฬาของทัพกระทิงดุ, ไมเคิ่ล เลาดรู๊ป อดีตตำนานเดนมาร์กและเรอัล มาดริด อดีตโค้ชของ เกตาเฟ่, และ คนสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ ซีเนอดีน ซีดาน อดีตตำนานชาวฝรั่งเศสของ เรอัล มาดริด ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยของท่านประธาน ฟลอเรนติโน่ เปเรซ

นอกจาก เปเรซ จะเนรมิตร กาลาคติกอส 2 มาให้เราเห็นโฉมกันแล้ว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเขากำลังเนรมิตรรุ่นแรกกลับมาใส่เสื้อสีขาวเช่นกัน...

แว๊นไฮโซ! เบนซดวงแข็งรอดรอบสอง!

 
หลายๆคนอาจจะเห็นบ้างแล้วสำหรับข่าวของ คาริม เบนเซม่า ขับรถชน.... ล่าสุด ขับรถชนอีกแล้ว! แต่ก็โชคดีที่ไม่เป็นไรมาก...อีกแล้ว! ส่วนคนอ่านข่าวก็เสียดายรถกันเป็นแถว....อีกแล้ว! โดยในรอบเดือนนี้ก็เคยขับรถชนมาแล้วรอบนึงหลังแมตช์กับ บาร์เซโลน่า ดังภาพข้างล่าง..



คราวนั้นเป็น ออดี้... คราวนี้เป็น แลมโบกินี่ สีเหลือง โดยสาเหตุสื่อสเปนคาดว่าน่าจะเป็นเพราะ เบนเซม่า ไปแว๊นมากับเพื่อนซึ่งขับปอเช่ ซึ่งขับแข่งกันมาหลังจบปาร์ตี้วันเกิดของเขา โดยเขาแผงหน้ารถด้านขวาเละทั้งแถบก็ได้รอยถลอกไป รวมทั้งล้อรถของเขาก็แตกด้วย...






เอามาดูกันให้เสียดายเล่น ฮ่ะๆ

ลาก่อน... Beckham law...

(กฏที่หน้าตาดีที่สุดในโลก)



กำลังจะเข้าปีใหม่ในอีกไม่ช้าแล้ว ปี 2009 ก็จะผ่านไป อะไรหลายๆอย่างก็คงเปลี่ยนแปลงไปตามวันเวลา สำหรับปี 2010 สิ่งแรกที่เปลี่ยนในสเปนก็คงเป็นเรื่องของกฏหมายเกี่ยวกับภาษีรายรับของชาวต่างชาติ

กฏนี้กำกับไว้ (ประมาณ) ว่าหากมีต่างชาติเข้ามาในสเปน และ มีรายรับมากกว่าหรือเท่ากับ 600,000 ยูโรต่อปี ก็จะได้สิทธิพิเศษในการเสียภาษี โดยจากเดิมที่ชาวสเปนธรรมดาเขาเสียกันอยู่ที่ 43% ชาวต่างประเทศร่ำรวยพวกนี้ก็จะเสียเพียงแค่ 24% ภายหลังกฏนี้ได้ถูกเรียกกันว่า "Beckham law" หลังจากดาวเตะชาวอังกฤษชื่อดังย้ายเข้าร่วมทีม เรอัล มาดริด และเป็นผู้คนแรกๆที่เข้ารับผลจากกฏนี้

ทีแรกกฏนี้จุดประสงค์หลักคือเป็นการส่งเสริมให้มี นักวิทยาศาสตร์, นักธุรกิจ, และอื่นๆเพื่อช่วยบริษัทในสเปนแบ่งเบาเงินค่าจ้าง แต่ไปๆมาๆ กลับกลายเป็นพวกนักกีฬาโดยเฉพาะนักฟุตบอล ที่ได้รับผลประโยชน์มากๆจากการกฏนี้

เมื่อมีข่าวออกมาว่าจะล้มเลิกกฏนี้ พวกสโมสรในสเปน หรือ LFP(ลาลีก้า) ก็ออกมาแสดงท่าทีต่อต้าน ตอนแรกถึงกับจากประท้วงเลิกเตะกันไปเลย พวกเขาอ้างว่าหากกฏนี้ล้มเลิกไป มันจะส่งผลในระยะยาวต่อฟุตบอลในสเปนอย่างแน่นอน ผู้เล่นคุณภาพต่างชาติก็คงไม่อยากจะมาสเปน คุณภาพของลีกก็จะต่ำลง และ ฝีเท้าของนักเตะสเปนก็จะไม่พัฒนาเท่าที่ควร

พวกเขาอ้างความสำเร็จภายหลัง "Beckham law" ถูกนำมาใช้ว่าสเปนกลายเป็นประเทศแนวหน้าในวงการฟุตบอลยุโรปอย่างแท้จริง สามารถการันตีได้จากรางวัลต่างๆไม่ว่าจะเป็นการที่ บาร์เซโลน่าได้ยูฟ่าแชมป์เปี่ยนส์ลีก 2สมัย, เซบีย่าก็ได้แชมป์ยูฟ่าคัพ(ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น ยูโรป้า ลีก)อีก 2สมัย, ส่วนทีมชาติสเปนก็ได้แชมป์ ยูโร....หากมองแง่ความสำเร็จถือว่าน่าพอใจเป็นอย่างมาก...

แต่ถึงแม้สโมสรต่างๆจะอ้างแบบนี้ ในความเป็นจริงแล้ว ถึงกฏหมายเปลี่ยน มันไม่ใช่ตัวผู้เล่นหรอกที่จะไม่อยากมา แต่มันจะเป็นสโมสรเองแหละที่ไม่อยากซื้อเข้ามา เพราะเวลาเราเซ็นสัญญากันในสเปน เขาจะเซ็นค่าจ้างในตัวเลขที่ได้ หักภาษีเรียบร้อยแล้ว! (สโมสรจ่ายค่าภาษี) เพราะฉะนั้นมันไม่เกี่ยวกับผู้เล่นจะอยากมาหรือไม่อยากมาเลยในเรื่องของภาษี ถึงภาษีมัน 80% หรือ 10% ถ้าสโมสรจ่ายให้เท่ากัน คำตอบของผู้เล่นก็คงเหมือนกัน

เพราฉะนั้นเวลาที่สโมสรต่างๆพูดว่า การที่ยกเลิกกฏนี้มันจะส่งผลให้นักเตะไม่อยากมา จริงๆแล้วพวกเขาพยายามบอกว่า "พวกเขาต้องจ่ายตังมากขึ้น" มากกว่า เพราะฉะนั้นรายรับของสโมสรเกือบทุกสโมสรในสเปน (ยกเว้นทีมเล็กๆที่ค่าเหนื่อยนักเตะไม่ถึงปีละ 600,000ยูโร และ แอธเลติก บิลเบาที่มีแต่ผู้เล่นในแคว้น)จะว่ากันตรงๆ ทีมที่น่าจะได้รับผลสะท้อนมากที่สุดก็น่าจะเป็นพวกทีมในระดับกลางๆ แบบว่าไม่รวยมาก แต่ก็พยุงตัวอยู่ได้ เมื่อกฏโดนยกเลิกเข้าไปคงพูดไม่ออกกันเป็นแถบ ส่วนพวกสโมสรที่รวยและมั่นคงก็คงอยู่ได้ แค่อาจจะเสียกำไร หรือ อำนาจการซื้อและต่อรองไปพอสมควร

สำหรับคนสเปน เสียงเห็นด้วยกับการเอากฏ "Beckham law" ออกไปมีถึง 88% จากการทำการสำรวจของสถานีวิทยุ Candena SER ก็ชัดเจนว่า มาทำงานในบ้านพวกเขา แล้วยังเอาเปรียบพวกเขาอีก ใครจะชอบหล่ะ...(ถึงแม้จะชอบดูสตาร์ฟุตบอลก็ตาม)

ทั้งนี้คอนเซปง่ายๆคือ สโมสร รัฐบาล ต่างมีเป้าหมายเดียวเท่านั้น คือทำเงินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ให้กับสถาบันตัวเอง

โดยกฏนี้จะถึงดึงออกทันทีเมื่อขึ้นปีใหม่ นั่นคือตั้งแต่ 1 มกรา 2010 เป็นต้นไป เป็นการต้อนรับปีใหม่ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นไป หากมีการเซ็นสัญญานักฟุตบอลที่มีค่าจ้างมากกว่า 600,000 ยูโรต่อปี สโมสรต้องจ่ายภาษี 43% เท่ากับประชากรชาวสเปนทั่วไปให้นักเตะเหล่านั้น เพราะฉะนั้นพวกที่ย้ายมาก่อนหน้านี้ก็จะไม่มีผลใช้งาน สโมสรก็จ่าย 24% เหมือนเดิม เพราะเส้นตายนี้สโมสรที่สนใจนักเตะต่างชาติคงต้องรีบๆจัดการซื้อตัวอะไรให้เสร็จก่อนวันที่ 1 มกราคม เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี ตัวอย่างเช่นการเซ็น อเลฮานโดร โดมิงเกซ ของบาเลนเซีย เป็นต้น... เพราะฉะนั้นน่าสนใจว่าก่อนหน้าจะถึงปีใหม่ จะมีสโมสรให้คว้าตัวนักเตะต่างชาติใครอีก... น่าติดตาม...



*(ภาพ) อเลฮานโดร โดมิงเกซ ของ บาเลนเซีย
ติดต่อ โฆษนา แนะนำ สอบถาม ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ ได้ที่
 
Web Analytics