LFPTH : ลาลีก้า สเปน ลีกอันดับหนึ่งของวงการลูกหนัง

ตอนนี้ทางบล็อคได้ทำการ เปลี่ยนระบบ comment จากของ blogger เป็นระบบ disqus.... อ่านรายละอียดเพิ่มเติม (คลิ๊ก)
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เลือกตั้ง2010 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เลือกตั้ง2010 แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553

เลือกตั้ง VIII : เป๊ป กวาดิโอล่า (II)

วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553

เลือกตั้ง X : เฮ้ยยยย มันเกิดอะไรขึ้น!?! (II)

วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553

เลือกตั้ง IX : เฮ้ยยยย มันเกิดอะไรขึ้น!?!

วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553

เลือกตั้ง VII : เป๊ป กวาดิโอล่า


วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2553

เฟร์นานโด ตอเรส : "ผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดในอนาคต"


วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2553

เลือกตั้ง VI : อนาคตสโมสร...อนาคต โซเรียโน่...

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553

เลือกตั้ง V : เราเลิกกันเถอะ !!




เลือกตั้ง I : โจน ลาปอร์ต้า (2003-2010)
เลือกตั้ง II : โจน ลาปอร์ต้า (2003-2010)
เลือกตั้ง III : ขึ้นเวที..!
เลือกตั้ง IV : ซานโดร โรเซลล์
"เว้นหายไปนาน (จริงๆก็ไม่นานนะ) สำหรับบทความเลือกตั้งประธานสโมสรบาร์เซโลน่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเห็นภาพชัดเจน ตัวแทนบอร์ดปัจจุบันก็ยังตกลงกันไม่ได้เหมือนเดิม ดูเหมือนว่ามีสิทธิสูงเหมือนกันที่จะต้องแตกเป็นสองผู้สมัคร แต่ ลาปอร์ต้า และผู้สันทัดกรณีคงไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นแน่ เพราะมันจะเป็นการตัดคะแนนเสียงกันเอง อาจจะเป็นการโปรยทางให้ผู้สมัครคนอื่น อย่างคนที่เราจะมากล่าวถึงวันนี้กรุยทางเข้าเส้นชัยง่ายกว่าที่ควรจะเป็น..."

คุ้นๆเหมือนเคยอ่านไปแล้วรึเปล่า... ใช่ครับ... หากใครอ่าน บทความ เลือกตั้ง 2010 ของ บาร์เซโลน่า ล่าสุด "เลือกตั้ง IV : ซานโดร โรเซลล์" คุณคงคุ้นๆกับข้อความก่อนหน้านี้...

ล่าสุดมันก็เกิดขึ้นแล้วครับ เฆาเม่ เฟร์เร และ อัลฟอนส์ โกดาล ต่างคนก็ต่างออกมาประกาศว่าตนจะลงสมัครเป็นประธานสโมสรครั้งนี้เรียบร้อย!

เหตุผลที่ทั้งคู่ไม่ยอมร่วมหาเสียงด้วยกัน มันก็ค่อนข้างชัดเจนว่าคงเป็นปัญหาในการตกลงนโยบายในสโมสรต่างๆ และ มากไปกว่านั้นคือการที่ไม่สามารถตกลงรายชื่อของสมาชิกในการหาเสียงครั้งนี้ได้ เฆาเม่ เฟร์เร แสดงเจตนาชัดเจนว่าไม่อยากทำงานร่วมกับ ซาเบียร์ ซาล่า มาร์ติน และ โจน โอเลเวียร์ สองผู้บริหารของสโมสร ในขณะเดียวกัน อัลฟอนส์ โกดาล ก็ไม่ต้องการสามผู้อำนวยการสโมสร ซึ่งเป็นผู้ที่ เฟร์เร มีชื่ออยู่ในบอร์ดที่เขาอยากทำงานด้วย เมื่อตกลงกันไม่ได้ ทั้งคู่ก็เลยตัดสินใจ ท่ามกลางความเป็นห่วงของหลายๆคนที่เชียร์ให้บอร์ดชุดนี้ทำงานต่อ (รวมถึงท่านประธาน ลาปอร์ต้า) เพราะกลัวว่าจะมาตัดคะแนนกันเอง แต่แล้วล่าสุด...แต่ละคนก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการไปแล้วว่าจะลงสมัคร... ความหวังลมๆแล้งของ ลาปอร์ต้า และ ผองเพื่อนก็จบลง...

เริ่มจากคนแรก เฟร์เร่ ได้ออกมาบอกตั้งแต่ก่อนจบปี 2009 แล้วว่าเขาจะลงสมัครเลือกตั้งโดยเป็นคนสมัครลุ้นตำแหน่งประธานเอง เพราะฉะนั้น หาก โกดาล จะลงสมัครลุ้นเก้าอี้ประธานนั้น เราสองคนก็คงไปด้วยกันไปได้... ทางของเราคงหยุดกันแค่นี้... เราเข้ากันไม่ได้.... เราคงต้องจากกันจริงๆ.... เพ้อเจ้อไปใหญ่... แต่ผู้อ่านก็คงเข้าใจที่ผมพยายามจะสื่อ (ประมาณว่า ถ้ารับบทลูกน้องไม่ได้ก็เชิญ... {แปลอีกทีเผื่อใครไม่เข้าใจ})

เฆาเม่ เฟร์เร



นโยบายการจัดการในสโมสรทั่วๆไปคงคล้ายๆกับบอร์ดชุดปัจจุบัน เขาได้ออกมาบอกว่า ระบบต่างๆด้าน กีฬา และ ธุรกิจ ของบอร์ดปัจจุบันก็ดูดีอยู่แล้ว แต่ที่ต้องปรับอย่างเดียวคงเป็นเรื่องการให้ความใส่ใจกับ สังคม ซึ่งเขาคิดว่ายังทำได้ดีกว่านี้ เขาวางแผนจะให้บอร์ดก้าวถอยหลังมาจากสนามแข่งหน่อย ให้พื้นที่พวกมืออาชีพทำงานกันอย่างเต็มที่ ส่วนบอร์ดก็คอยดูอยู่ห่างๆ หากพวกเขาล้ม ก็ค่อยไปช่วยให้ลุก นอกจากนั้นระบบต่างๆคิดว่าแค่ปรับนิดๆหน่อยๆ ไม่ต้องถึงกับ รื้อแล้วสร้างใหม่ ก็น่าจะเวิร์ค ไม่มีปัญหา...

คนแรก เฟร์เร ผ่านไปแล้ว.... คนที่สอง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (25-1-10)... อัลฟอนส์ โกดาล ก็ได้ออกมาประกาศสมัครลงเลือกตั้งเช่นกัน

อัลฟอนส์ โกดาล


โกดาล มาพร้อมกับสโลแกน "+BARCA" หรือ "บาร์ซ่ามากขึ้น" โดยในงานเปิดตัวก็มีผู้เกี่ยวข้องมากมายเข้าร่วม รวมถึงผู้อำนวยการ 9 คน (ทั้งหมดมี 14 คน... อีก 5 คนคิดว่าคงอยู่ฝั่ง เฟร์เร) รวมถึงการปรากฏตัวของ ท่านประธาน ลาปอร์ต้า ซึ่งก็มาให้กำลังใจ จะบอกว่าแปลกใจ เพราะว่า ประธานคนปัจจุบันไม่น่าจะมาเชียร์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง (โดยเฉพาะเมื่อบอร์ดชุดปัจจุบันแตกเป็นสองตัวเลือก) ก็คงไม่ใช่ เพราะมันก็รู้ๆกันอยู่ว่า ลาปอร์ต้า ซี้ โกดาล แค่ไหน

"เป็นทีมมากขึ้น, ความสำเร็จมากขึ้น, ความเป็นประเทศมากขึ้น, เข้าถึงมากขึ้น, แฟนๆมากขึ้น, ขยายวงกว้างขึ้น, แบ่งส่วนต่างๆมากขึ้น, เยาวชนมากขึ้น, สมาชิกสโมสรมากขึ้น, ความสามัคคีมากขึ้น, บาร์ซ่า...มากขึ้น"

เขาว่าอย่างนั้น... (สโลแกน แบบเต็มๆ)



ที่เห็นพูดๆมา แนวโน้มนโยบายของบอร์ดก็คล้ายๆ เฟร์เร คือ เน้นการจัดการแบบบอร์ดเก่า แค่ปรับอะไรเล็กๆน้อยๆ แต่แทนที่ โกดาล จะคิดว่าที่ปรับได้เยอะหน่อยเป็นในด้านสังคม เขาคิดว่าด้านธุรกิจ น่าจะมีการปรับกันยกใหญ่ เขาคิดว่าหากทำดีๆ โอกาสทำ เทิร์นโอเวอร์ ถึง 1000 ล้านยูโรในระยะเวลา 6 ปี

จบไปแล้วหนึ่งเรื่องสำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ที่เป็นข้อถกเถียงมาเป็นเวลานาน! จบด้วยการแตกเป็นสองผู้สมัครจากบอร์ดชุดปัจจุบัน สุดท้ายแล้วจะเป็นหนึ่งในสองคนนี้หรือไม่ที่ได้ทำงานต่อในถิ่น คัปนูย์ หรือจะเป็นบอร์ดใหม่ที่ดูแล้วคงยิ้มแฉ่งเพราะบอร์ดปัจจุบันดันมาเสียงแตก แย่งคะแนนกันเองซะงั้น

ถึงแม้ตัวผู้สมัครต่างๆ ตัวเต็ง จะดูชัดเจนแล้ว (คงไม่หลุดไปจากพวกที่ดูเต็งๆตอนนี้หรอก) แต่อะไรๆก็เปลี่ยนแปลงได้ นโยบายของแต่ละบอร์ดก็ยังไม่เคลียร์ จนกว่าประธานปัจจุบัน ลาปอร์ต้า จะประกาศวันที่แน่นอนในการเลือกตั้ง หลายๆผู้สมัครก็คงยังเก็บไม้เด็ดเกี่ยวกับนโยบายของตนไว้ก่อน

ถึงวันนั้นเมื่อไร เราค่อยกลับมาดูว่า นโยบาย ของคนไหนน่าสนใจ คิดว่าอะไรๆคงชัดเจนกว่านี้...

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2553

อยู่ชัวร์! ลาปอร์ต้า ย้ำ แป็ป เซ็นหลังเลือกตั้ง!



ไม่นานมานี้ โจน ลาปอร์ต้า ก็ได้แถลงการผ่านสื่อประจำกรุง กาตาลัน เกี่ยวกับ อนาคต ของหัวเสือของทีมในชุดปัจจุบัน โจเซป กวาดิโอล่า กุนซือวัย 39 หมาดๆเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ว่าจะทำหน้าที่ต่อไปอย่างแน่นอนในฤดูกาลหน้า



ในบทสัมพาทย์ ได้บอกไว้ว่า สัญญา จะมีการเซ็นกันหลังจากการเลือกตั้ง แต่เมื่อวานที่ได้คุยกับ แป็ป เขาบอกว่าเขาอยากทำงานต่อไปอย่างน้อยๆอีกปีนึง เมื่อหมดสัญญาสิ้นปี เมื่อบอลจบฤดูกาล ประธานคนใหม่ของ บาร์ซ่า ก็จะทำการเจรจาร่างสัญญากับ แป็ป อีกทีนึง จะเป็นสัญญาระยะสั้น หรือ ระยะยาว แป็ป จะเป็นอะไรมากกว่า โค้ชทีมชุดใหญ่ หรือไม่... ต้องตามดูกันอีกทีนึง...

อย่างน้อยๆ ปีหน้าแฟนๆ บาร์ซ่า อุ่นใจได้ระดับหนึ่งแล้ว!



วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

เลือกตั้ง IV : ซานโดร โรเซลล์


เลือกตั้ง I : โจน ลาปอร์ต้า (2003-2010)
เลือกตั้ง II : โจน ลาปอร์ต้า (2003-2010)
เลือกตั้ง III : ขึ้นเวที..!

เว้นหายไปนาน (จริงๆก็ไม่นานนะ) สำหรับบทความเลือกตั้งประธานสโมสรบาร์เซโลน่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเห็นภาพชัดเจน ตัวแทนบอร์ดปัจจุบันก็ยังตกลงกันไม่ได้เหมือนเดิม ดูเหมือนว่ามีสิทธิสูงเหมือนกันที่จะต้องแตกเป็นสองผู้สมัคร แต่ ลาปอร์ต้า และผู้สันทัดกรณีคงไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นแน่ เพราะมันจะเป็นการตัดคะแนนเสียงกันเอง อาจจะเป็นการโปรยทางให้ผู้สมัครคนอื่น อย่างคนที่เราจะมากล่าวถึงวันนี้กรุยทางเข้าเส้นชัยง่ายกว่าที่ควรจะเป็น...

ก่อนหน้านี้เราได้ครอบคลุมข้อมูลเกี่ยวกับผลงานของบอร์ดปัจจุบันภายใต้แกนนำของ โจน ลาปอร์ต้า และ ข้อมูลผู้สมัครแบบเบื้องต้นไปแล้วบ้างเล็กน้อย วันนี้เรามาเจาะจงผู้สมัครกันมากว่าเดิมดีกว่า...

ใครเป็นเต็งหนึ่งในการเลือกตั้งตำแหน่งประธานสโมสร บาร์เซโลน่า ครั้งนี้...? ถ้าถาม ในตอนนี้ ไม่ว่าใครต่อใครก็คงต้องตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ซานโดร โรเซลล์...เขาเป็นใคร?

โรเซลล์ อดีตเคยเป็นมือขวาคนสำคัญในบอร์ดที่ขึ้นมาในยุค 2003 พร้อมๆกับท่านประธาน โจน ลาปอร์ต้า ซึ่งทั้งคู่ก็เป็นสมาชิกในการจัดตั้งกลุ่ม "Elefant Blau" เพื่อมาโค่นล้มอำนาจของยุค นูนเยซ ...โดย "Elefant Blau" ก็เน้นการบริหารงานแบบ โปร่งใส และ ต่อต้านการเผน็จการ

สภาพสโมสรในช่วงเวลานั้นถือว่าเป็นช่วงที่อะไรก็ไม่เข้าตาไปหมด โดยเฉพาะปัญหาทางด้านการเงิน... ซึ่งก่อนหน้าจะขึ้นมารับตำแหน่ง ลาปอร์ต้า ก็ได้สัญญากับแฟนๆในการนำตัว เดวิด แบ็คแฮม มาร่วมทีม... แต่ในที่สุด ลาปอร์ต้า ก็ไม่สามารถเจรจาให้นักเตะหน้าหล่อย้ายมาร่วมทีมได้ การย้ายทีมก็ไม่ได้เกิดขึ้น แบ็คแฮมตัดสินใจเมินบาร์เซโลน่าไปซบอ้อมอกของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ที่คุมบังเหียนของ ราชันชุดขาว อยู่ในขณะนั้น (และก็กลับมาคุม...ในขณะนี้อีกครั้ง) หลังจาก ลาปอร์ต้า พลาดตัวแบ็คแฮม โรเซลล์ ก็เสนอการเซ็นสัญญา โรนัลดินโญ่ สตาร์ไนกี้ชาวบราซิลเลี่ยนมาร่วมถิ่นคัปนูย์



โรเซลล์ จัดการอย่างไม่อยากเย็นอะไร ใช้เส้นสาย ความสัมพันธ์ในฐานะที่เขาเคยทำงานเป็นผู้บริหารของบริษัท ไนกี้ ซึ่งก็คุ้นเคยกับวงการฟุตบอล บราซิล เป็นอย่างดี นำ "เหยินน้อย" เข้ามาร่วมทีม ตัดหน้าคู่แข่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และหลังจากนั้นก็ได้เซ็นสัญญากับ เดโก้ ซึ่งสองนักเตะนี้กลายเป็นตัวหลักของบาร์ซ่าในอีกหลายๆฤดูกาลถัดมา เรียกได้ว่าการเซ็นสัญญาประสบความสำเร็จอย่างไม่มีใครคาดถึง


บาร์เซโลน่า กับการเซ็นสัญญากับ โรนัลดินโญ่




ทางด้านการเงิน โรเซลล์ ซึ่งจบ MBA (บริหารธุรกิจ) จากมหาลัยชื่อดังของสเปน ESADE ถือเป็นมือทองทางด้านธุรกิจคนนึงในวงการฟุตบอลทีเดียว ก็ได้ช่วยล้างหนีให้ บาร์เซโลน่า อย่างน่าประทับใจ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ความสัมพันธ์ของ โรเซลล์ กับบาร์เซโลน่าก็ได้ตัดขาดลง หลังจากเขาได้เขียนหนังสืออกมาเล่นหนึ่งชื่อว่า "Benvingut al món real" แปลเป็นไทยก็ประมาณว่า "ขอต้อนรับสู่โลกแห่งความเป็นจริง" ซึ่งเนื้อหาหลักๆก็ต่อว่าท่านประธานอย่าง ลาปอร์ต้า

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้ลาออกจากบอร์ดบริหาร และให้เหตุผลว่า ลาปอร์ต้า ไม่ยึดมั่นในหลักการที่ประกาศอ้างไว้ตั้งแต่แรก (ตั้งแต่ตอนตั้ง Elefant Blau คือความ โปร่งใส และ การให้สิทธิเท่าเทียมกัน) แหล่งข่าววงในก็ได้สืบเสาะเข้าไปลึกกว่านั้น และก็เป็นที่เข้าใจว่า โรเซลล์ มีปัญหากับ โยฮัน ครัฟฟ์ ตำนานชาวดัตช์ของ บาร์เซโลน่า เพราะเขาคิดว่า ลาปอร์ต้า ให้คุณค่าความสำคัญกับความคิดเห็นของ ครัฟฟ์ มากกว่าของตนเอง ทั้งๆที่ ครัฟฟ์ ไม่ได้เป็นแม้แต่สมาชิกในบอร์ดบริหาร ทำให้เขาทำงานไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ

แต่เมื่อมีการเลือกตั้งในปี 2006 เขาก็ไม่ได้ลงชื่อสมัครเลือกตั้งแต่อย่างใด เวลาผ่านมาเรื่อยๆ จนถึงปี 2008 โรเซลล์ ก็ออกมาประกาศว่าเขาจะลงเลือกตั้งในปี 2010 ถือเป็นผู้สมัครคนแรกที่ประกาศตัว (บางคนถึง 2010 แล้วยังไม่ประกาศเลย) ซึ่งในเวลานั้น ลาปอร์ต้า ก็กำลังเจอปัญหา โหวตไม่ไว่วางใจจากบอร์ด ซึ่ง โรเซลล์ ก็ออกมาสนับสนุน และกล่าวโจมตีบอร์ดชุดนั้นว่าเป็น "Absolute Anarchy" หรือ "อนาธิปไตย" ทำให้เกิดสงครามน้ำลายเล็กๆระหว่างอดีตเพื่อนรักในเวลานั้น ก่อนจะจางๆลงไป (ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าจะระทุขึ้นอีกรอบกลางๆปีนี้)

นั่นก็เป็นประวัติคร่าวๆของเต็งหนึ่งประจำการเลือกตั้งครั้งนี้ "ซานโดร โรเซลล์".... เลือกตั้ง V จะพาท่านไปดูนโยบาย และ โครงสร้างสโมสรของเขาในอนาคต หากเขาได้รับเลือกเป็นประธานสโมสร.... ต้องติดตาม!

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เลือกตั้ง III : ขึ้นเวที..!


โรเซลล์ - เฟร์เร - โกดาล - โซเรียโน่
หนังสือพิมพ์กีฬา Mundo Deportivo ประจำแคว้นกาตาลันวันที่27.12.9 พาดหัวข่าวว่า "A ESCENA" หรือในภาษาไทยแปลว่า "ขึ้นเวที" โดยภาพข้างหลังเป็นผู้สมัครตัวเต็งในตำแหน่งสโมสรบาร์เซโลน่า


เลือกตั้ง I : โจน ลาปอร์ต้า (2003-2010)
เลือกตั้ง II : โจน ลาปอร์ต้า (2003-2010)

หลังเราได้ครอบคลุมเรื่องประธานคนปัจจุบันอย่าง โจน ลาปอร์ต้า ทั้งเรื่องในแง่ดีและแง่ไม่ดี วันนี้เรามาลองดูคร่าวๆกันดีกว่าประธานในอนาคตหลังจากการเลือกตั้ง มีสิทธิที่จะเป็นใครบ้าง...

คนในแคว้นกาตาลัน สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้สามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆคือ กลุ่มสนับสนุนผู้บริหารชุดปัจจุบันต่อไป กลุ่มที่สองคือต้องการ "เปลี่ยนแปลง"

อัลฟอนส์ โกดาล  -  เฆาเม่ เฟร์เร


สำหรับกลุ่มที่หนึ่ง ในเมื่อ โจน ลาปอร์ต้า เป็นตัวไม่ได้... แล้วคำถามคือถ้าคนอยากเลือกลาปอร์ต้าต่อหล่ะต้องทำยังไง? คำตอบก็คือ เลือก "ตัวแทน" ของลาปอร์ต้า ซึ่งบอร์ดบริหารชุดปัจจุบันรวมทั้งลาปอร์ต้าจะคัดเลือกกัน เพื่อให้ได้ชื่อเพียงหนึ่งชื่อ และนำเสนอเป็นตัวแทนของบอร์ด หากใครประทับใจ และ อยากลงคะแนนให้ผู้บริหารปัจจุบันทำงานต่อ (แน่นอนว่า ลาปอร์ต้า เป็น "ตัวแทน" ของตัวเองไม่ได้) แล้วคนๆนั้นคือใครหล่ะ?

คำตอบก็คือ...ยังไม่รู้... ตอนนี้บอร์ดยังตกลงกันออกมาเป็นชื่อเดียวไม่ได้ แต่ตัวเลือกที่เกี่ยงกันอยู่ก็มีอยู่หลักๆ 2 คนที่เป็นไปได้มากสุด คนที่สองและสาม (ซ้ายไปขวา) ในปกหนังสือพิมพ์ข้างบนนั่นคือ เฆาเม่ เฟร์เร และ อัลฟอนส์ โกดาล ตามลำดับแน่นอนว่าปรัชญาการบริหาร และ โครงสร้างต่างๆในสโมสรคงคล้ายคลึงกับในยุค ลาปอร์ต้า หรือสุดท้ายอาจจะไม่ใช่สองคนนี้ก็ได้ที่เป็นตัวแทนบอร์ด ซาเบียร์ ซาล่า มาร์ติน ก็เป็นอีกคนที่มีข่าวว่าอาจจะเป็นตัวเลือกได้


สำหรับกลุ่มที่สองคือกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเก้าอี้สโมสร มีผู้สมัครหลายต่อหลายคน บางคนก็ออกมาประกาศว่าจะสมัครแล้ว บางคนก็ยังเงียบๆดูท่าที สำหรับตัวเต็งจริงๆที่น่าจะมีคะแนนเสียงขึ้นมาสู้กับฝ่ายขั้วอำนาจปัจจุบันก็คงหนีไม่พ้น "ซานโดร โรเซลล์" ซึ่งอดีตเคยเป็นมือขวาของ โจน ลาปอร์ต้า ในสมัยเข้ามารับงานใหม่ๆด้วย

ซานโดร โรเซลล์


โรเซลล์ ถือว่าเป็นตัวเต็งของการเลือกตั้งครั้งนี้เลยก็ว่าได้ นอกจากจะเป็นอดีตมือขวาของ ลาปอร์ต้า ยังเป็นอดีตผู้บริหารของบริษัท "ไนกี้" ซึ่งเขาทำงานในวงการฟุตบอลบราซิล เมื่อเลิก เขาก็ยังมีเส้นสายอยู่ ซึ่งเขาก็ได้ใช้เส้นสายนี้ในการช่วยเซ็นสัญญากับ โรนัลดินโญ่ และ เดโก้ ซึ่งเป็นแกนหลังของ บาร์เซโลน่า ของ แฟร็งค์ ไรจ์การ์ด หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ลาออก (2005) ให้เหตุผลว่าปรัชญาการทำทีมของ ลาปอร์ต้า ไม่เหมือนตอนที่บอกไว้ตอนแรก และก็ได้ประกาศตัวเองว่าเขาจะมาเป็นคู่แข่งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ตั้งแต่นั้นมา เขาก็ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งตลอด แต่ความสำเร็จในช่วงท้ายๆของบาร์เซโลน่าในช่วง ลาปอร์ต้า จะมีผลต่อความนิยมของ โรเซลล์ หรือไม่ ตอนนี้ทุกอย่างยังไม่เคลียร์...

นอกจาก โรเซลล์ ผู้ที่จะมาเป็นตัวเลือกของผู้คนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงก็ยังมีคนอื่นๆอีก ไม่ว่าจะเป็น เฆาเม่ กีซ่า, เฟร์รัน โซเรียโน่, อากุสติ เบเนดิโต้, และอีกหลายๆรายที่ยังไม่ได้ประกาศตัว

ตอนนี้ทุกๆอย่างยังไม่เคลียร์เท่าไร ผู้สมัครหลายๆคนก็ยังไม่ออกมายืนยันว่าจะลงสมัครไหม ตัวแทนบอร์ดชุดปัจจุบันก็ยังไม่ได้ข้อสรุป (คาดว่าน่าจะได้เร็วๆนี้) นโยบายของแต่ละคนก็ยังไม่ถูกประกาศออกมาชัดเจน (ของบางคนอาจจะเห็นลางๆ แต่ก็ยังเปลี่ยนแปลงกันได้) แฟนๆบอลบาร์เซโลน่าคงต้องรอต่อไปเพื่อความชัดเจน และเพื่อสนับสนุนประธานสโมสรที่ดีที่สุดสำหรับสโมสรรักของพวกเขา

วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เลือกตั้ง II : โจน ลาปอร์ต้า (2003-2010)

เลือกตั้ง I : โจน ลาปอร์ต้า (2003-2010)

โจน ลาปอร์ต้า หลายๆคนยกย่องว่าเขาเป็นหนึ่งในประธานสโมสรฟุตบอลที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอล การที่จะเป็นประธานสโมสรฟุตบอลที่ดีต้องมีคุณสมบัติและความสามารถในสามเรื่องหลักๆคือ ด้านสังคม ด้านการกีฬา และด้านการเงิน .... จริงหรอ? ถ้าอย่างนั้นในสเปนทำไมถึงมีคนต่อต้าน ลาปอร์ต้าหล่ะ...



เอ... ทำไมสัญลักษณ์สองอันมันคล้ายๆกันอย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก... เราแฟนๆลาลีก้ารู้ๆกันอยู่ว่าอันฝั่งซ้ายคือทีมอะไร ส่วนฝั่งขวา...เอ่อ.. บนนั้นมันเขียนว่า "บุนยอดกอร์"

หลายๆคนคุ้นๆหูกับชื่อทีมนี้ แต่อาจจะนึกไม่ออกว่าไปทำอะไรถึงคุ้นนักคุ้นหนา... ทีมนี้แหละเป็นทีมที่เซ็น ริวัลโด้ มาเล่นให้ช่วงนึง .... ทีมนี้แหละที่สร้างสนามใหม่มูลค่า 150 ล้านดอลล่า ทั้งๆที่สนามเก่าใช้ได้ไม่ถึงปี... ทีมนี้แหละเป็นทีมที่เซ็น ซิโก้ มาเป็นผู้จัดการทีม (ก่อนที่จะย้ายไป ซีเอสเคเอ มอสโคว์).... ทีมนี้แหละเป็นทีมที่เซ็นหลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่มาคุมทีมโดยให้ค่าจ้างถึง 13 ล้านยูโรต่อปี (แพงกว่าผู้จัดการที่เงินดีที่สุดเวลานั้นอย่าง โฆเซ่ มูรินโญ่ ที่รับอยู่ 11 ล้านต่อปีที่ อินเตอร์มิลาน)....ทีมนี้แหละที่เสนอเงินให้เอโต้ถึง 25 ล้านยูโรเพื่อมาเล่นให้เวลาไม่กี่เดือน (ก่อนทีเอโต้จะปฏิเศษ ทั้งๆที่ยอมรับว่าอึ้งกับจำนวนเงินมาก)...ทั้งหมดนี้เกิดภายในระยะเวลาสั้นๆ....แล้วจะให้ไม่คุ้นชื่อได้ไง!

บุนยอดกอร์ เป็นทีมในประเทศ อุสเบกิสถาน ซึ่งติดกับ อัฟกานิสถาน ประเทศอุสเบกิสถานถือเป็นประเทศที่นิยมความรุนแรง มีข่าวหลุดออกมาหลายต่อหลายครั้งว่ามีการทรมานคนโดยวิธีอันโหดร้ายมากมาย สิทธิมนุษยชนต่ำติดดิน

ทั้งหมดนี้เกิดภายใต้การมี Karimov เป็นประธานาธิบดี เป็นมาได้กว่า 2 ทศวรรษแล้ว เขามีลูกสาวอยู่หนึ่งคน และเป็นคนที่เขาหวังให้มาคุมประเทศต่อจากเขาชื่อ Gulnara และ ลูกสาวคนนี้นี่เอง ที่เป็นคนดูแลสโมสร บุนยอดกอร์ อยู่ข้างหลังทั้งหมด (คอยชักใย Miradil Djalalov นักธุรกิจร่ำรวย ซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของสโมสร) การที่มีคนในวงการการเมืองมาเกี่ยวพันกับสโมสรโดยเฉพาะประเทศที่อำนาจถูกผูกมัดไว้กับคนกลุ่มหนึ่ง ทำให้ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมกำลังเงินของสโมสรมันมากมายขนาดนี้ ตามข่าวบอกว่า ที่เขามาทำสโมสรฟุตบอลก็เพื่อเป็นการหาเสียงของเธอไปในตัว ให้ผู้คนยอมรับเพื่อปูทางไปเป็นตัวตายตัวแทนพ่อในอนาคต

เอ๊ะ! แล้วจะมาให้อ่านทำไมเนี่ย มันเกี่ยวกับ ลาปอร์ต้า ตรงไหน!! เอ่อ... ใจเย็น ใกล้แล้ว...

การที่ บุนยอดกอร์ มีสัญลักษณ์ทีมคล้ายคลึงกับ บาร์เซโลน่า ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ (ก็พึ่งมาใช้เมื่อไม่กี่ปีเอง) การที่บุนยอดกอร์มาขอดึงตัว เอโต้ หรือ ซื้อนักเตะเก่าบาร์ซ่าอย่าง ริวัลโด้ ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเหมือนกัน สองทีมนี้มีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งกว่านั้น...

บาร์เซโลน่า นำโดยประธาน โจน ลาปอร์ต้า ทำสัญญาร่วมมือกับทางด้าน บุนยอกอร์ นอกจากนั้นทาง โจน ลาปอร์ต้า ยังเคยตอบรับข้อเสนอ 4 ล้านยูโร จากทาง บุนยอกอร์ เพื่อไปเตะฝึกซ้อมกับนักเตะฝั่งนั้นด้วย (มกราปีก่อน)



การที่สโมสรที่อาสาสมัครให้โครงการการกุศลที่ช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส มารับเงินที่มาจากการทรมานการเข่นฆ่า จึงทำให้เกิดประเด็น เป็นที่ค้างคาใจของแฟนๆฟุตบอล และ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดด่างในบันทึกผลงานของ โจน ลาปอร์ต้า




นอกจากนั้นที่ทำให้เกิดประเด็นแรงขึ้นไปอีกคือส่วนร่วมของ โจน ลาปอร์ต้า ในการขายสโมสร เรอัล มายอร์ก้า...ดุเหมือนไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ ประธานสโมสร บาร์เซโลน่า จะไปมีอะไรเกี่ยวข้องกับการขายสโมสรอื่นในประเทศ

ทางฝั่งผู้บริหาร เรอัล มายอร์ก้า ต้องการให้นายทุนมีตังมาลงทุนมาซื้อสโมสร ภายหลังมีบริษัท Zemorax เสนอข้อเสนอขอซื้อมาในราคา 60 ล้านยูโร โดยค้นไปค้นมา Zemorax ถึงแม้จะเป็นบริษัทที่จดทะเบียนใน เมือง ซูริก ประเทศ สวิสเซอร์แลนด์ แต่ธุรกิจส่วนใหญ่ดันไปอยู่ใน อุซเบกิสถาน จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้ไหมที่ทาง บาร์เซโลน่า ซึ่งมีสายสัมพันธ์กับทาง อุซเบ จะมีส่วนร่วมในการเทคโอเวอร์ เรอัล มายอร์ก้า

และเครื่องหมายคำถามก็ได้กระจ่างภายหลัง เมื่อ El Mundo หนังสือพิมพ์ประจำแคว้น กาตาลัน ได้ไปค้นชื่อของผู้บริหารของบริษัท Zemorax ปรากฏว่า บริษัทนี้นำโดยนักธุรกิจนามว่า Miradil Djalalov... ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่มีชื่อเป็นเจ้าของสโมสร บุนยอดกอร์ เรื่องนี้จึงเป็นอีกประเด็นนึงที่ ลาปอร์ต้าถูกนำมาโจมตีหลายต่อหลายครั้ง

เมื่อสองเรื่องนี้ถูกสื่อขุดคุ้ยออกมา ทำให้เรื่องภาพลักษณ์ของสโมสรเน่าไปพักนึงเลยทีเดียว ทั้งนี้คนที่ถูกโจมตีมากสุดก็หนีไม่พ้น ลาปอร์ต้า ซึ่งเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด

มีผู้คนถือว่าจำนวนมากทีเดียวที่ต่อต้านประธาน โจน ลาปอร์ต้า โดยบอกว่าถึงแม้ผลงานในสนามจะถือว่าประสบความสำเร็จ และเป็นที่ยอมรับว่า ดีที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมา แต่ความสำเร็จเหล่านั้นมันไม่ได้เกิดเพราะการบริหารของบอร์ด แต่เป็นความสำเร็จทีเกิดจากผู้เล่น และ ผู้จัดการทีมมากกว่า ส่วนเรื่องการเงิน ทั้งๆที่เป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากมายในช่วงที่ผ่านมา เรียกว่าประสบความสำเร็จสูงที่สุดในบรรดาสโมสรในยุโรปก็ว่าได้ แต่กลับทำเงินเข้าคลังไม่ได้เท่าที่ควร เมื่อเทียบกับสโมสรชั้นนำอื่นๆ

ส่วนใหญ่ในผู้คนจำนวนนั้น(พวกที่ไม่ชอบ) รับไม่ได้ที่เขาใช้สโมสร บาร์เซโลน่า เพื่อปูทางตัวเองไปสู่วงการการเมืองในอนาคต พวกเขาคิดว่าสโมสรอย่าง บาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นตัวแทนของคนชาวกาตาลัน ไม่ใช่บันไดให้ใครมาปีนเพื่อหวังผลกับตัวเอง

อีกจำนวนหนึ่งก็โจมตีเรื่องความไม่โปร่งใสของบอร์ดบริหารชุดนี้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ ลาปอร์ต้า รับรองตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่สโมสร นอกจากเหตุการณ์อื้อฉาวใน อุซเบกิสถาน แล้ว ยังมีเรื่องไม่โปร่งใสอีกมากมายที่เป็นเป้าโจมตี ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ลาปอร์ต้าได้จ้างคนมาสืบรองประธานของสโมสร 4 คน จนเกือบเป็นเรื่องใหญ่ แต่ภายหลังก็เคลียร์กันรู้เรื่อง


หรืออย่างเหตุการณ์ล่าสุดหลังแมตช์กับ เรอัล มาดริด ที่ลาปอร์ต้าดันไปฉลองซะหนัก หลายๆฝ่ายก็ได้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวและออกมาโจมตีว่าเป็นถึงประธานสโมสร ไม่น่าจะทำแบบนี้ ทำให้ภาพลักษณ์สโมสรเสียหมด... ก็อย่างนี้แหละ จะเลือกตั้งอยู่แล้วช่วงนี้ทำอะไรก็เลยโดนจับตาเยอะหน่อย

จะเป็นประธานที่ดี หรือไม่ดี มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งที่คนในอนาคตมองกลับมาได้ว่า "โจน ลาปอร์ต้า เป็นประธานของบาร์เซโลน่า ถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2010 โดยช่วงระหว่างที่เขาเป็นถือเป็นช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร" ได้

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เลือกตั้ง I : โจน ลาปอร์ต้า (2003-2010)




โจน ลาปอร์ต้า หลายๆคนยกย่องว่าเขาเป็นหนึ่งในประธานสโมสรฟุตบอลที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอล การที่จะเป็นประธานสโมสรฟุตบอลที่ดีต้องมีคุณสมบัติและความสามารถในสามเรื่องหลักๆคือ ด้านสังคม ด้านการกีฬา และด้านการเงิน



ผลการแข่งขันด้านกีฬาไม่ต้องพูดถึง คว้าแชมป์มากมายไม่ว่าจะเป็น ยูฟ่าแชมป์เปี่ยนส์ลีก 2 สมัย, ลาลีก้า 3 สมัย, โคปาเดลเรย์อีกหนึ่งสมัย และอื่นๆอีกมากมาย เรียกว่าเป็นประธานในช่วงที่บาร์เซโลน่าประสบความสำเร็จสูงสุดตั้งแต่มีการก่อตั้งสโมสรมาเลยก็ว่าได้ การตัดสินใจแต่งตั้ง แฟร็งค์ ไรจ์การ์ด และ โจเซป กวาดิโอล่า เป็นการตัดสินใจที่ผลออกมาแล้วเป็นผลงานของบอร์ดบริหารเต็มๆ




ด้านสังคม ลาปอร์ต้าก็ได้อนุมัติให้สโมสรนำตราคาดหน้าอกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยให้พื้นที่กับโครงการ UNICEF แม้ว่าทางด้านการเงินจะไม่ได้ผลอะไรมากนัก แต่ในทางด้านการสังคม และภาพลักษณ์ของสโมสรนี่ได้ไปเกินร้อย และ คุ้มค่าเกินกว่าจะอธิบาย ด้านการเงินก็คงไม่ต้องพิสูจน์อะไรมาก เพราะก่อนหน้าที่เขาเข้ามาเป็นประธาน บาร์เซโลน่า มีหนี้มหาศาล และเมื่อเราเข้าไปตรวจสอบตอนนี้ กลายเป็นสโมสรที่ร่ำรวยติดท็อป 5 ของโลกเรียบร้อยแล้ว (ถ้าเข้าใจไม่ผิดผมว่าอยู่อันดับ 4 มั้ง...)


เรียกว่าประสบความสำเร็จครบรอบด้านเลย ผ่านมาจากปี 2003 มา 6 ปีแล้ว และก็กำลังจะเข้าสู่ปีสุดท้าย (2010) ของการปกครองของเขาซักที... หมายความว่ายังไง..?

โจน ลาปอร์ต้าได้เป็นประธานมาครบสองสมัยแล้ว และ ตามกฏต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่เพื่อหาประธานคนใหม่ และ ลาปอร์ต้า ก็ไม่มีสิทธิที่จะลงสมัครเป็นประธานอีก (ห้ามเป็นสามสมัยซ้อน เพราะกลัวมันจะเกิดการผูกขาดของอำนาจผู้นำ) เพราะฉะนั้น ในช่วง พฤษภาคม ไม่ก็ มิถุนายนของปีหน้า หลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้น เราคงได้เห็นประธานคนใหม่ของบาร์เซโลน่าที่ไม่ใช่คนเดิมอย่างแน่นอน



หลังจากจบฟุตบอลสโมสรโลก ...ซึ่งบาร์ซ่าก็คว้าแชมป์ที่ 6 ของปี เป็นสถิติที่คาดว่าจะไม่มีใครทำลายได้ไปอีกนาน ...ไปไม่นาน (ไม่กี่นาที)ท่านประธาน โจน ลาปอร์ต้า ก็ได้ประกาศเปิดการแข่งขันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากนี้คงเห็นภาพกันชัดเจนมากขึ้นว่าใครจะเป็นผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งเก้าอี้ประธานจาก ลาปอร์ต้ามั่ง?



หลังจากนี้ - LFPthailand ก็จะมีรายงานเรื่อยๆประปราย และก็จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะจบการเลือกตั้ง เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารต่างๆที่น่าสนใจ, ข้อมูลของผู้สมัครแต่ละคน ในการเลือกตั้งปี 2010 ชิงตำแหน่งประธานสโมสรที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลในขณะนี้ จะพยายามให้แง่มุมหลากหลาย และ ไม่เข้าข้างผู้สมัครคนไหนให้มากที่สุด.....ติดตามต่อไป...



ติดต่อ โฆษนา แนะนำ สอบถาม ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ ได้ที่
 
Web Analytics