LFPTH : ลาลีก้า สเปน ลีกอันดับหนึ่งของวงการลูกหนัง

ตอนนี้ทางบล็อคได้ทำการ เปลี่ยนระบบ comment จากของ blogger เป็นระบบ disqus.... อ่านรายละอียดเพิ่มเติม (คลิ๊ก)
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แอธเลติก บิลเบา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แอธเลติก บิลเบา แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เป็นทางการ : มิเกล ซาน โฆเซ่

วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

แมตช์อำลาอันแสนอบอุ่น...

โจเซบา เอต์เซเบร์เรีย เสือเฒ่าของ แอธเลติก บิลเบา หลังจากได้เตะนัดสุดท้ายอย่างเป็นทางการของเขากับสโมสรในการเจอกับ เดปอ ในวันเสาร์ที่ผ่านมา สโมสร แอธบิลเบา ก็ได้จัดแมตช์อำลาขึ้นไม่กี่วันให้หลัง โดยเป็นแมตช์อย่างไม่เป็นทางการ เพื่อเป็นการสั่งลา เอต์เซเบร์เรีย โดยเฉพาะ

เป็นการสั่งลาที่แสนอบอุ่น....อบอุ่นอย่างไร....ลองไปดูกัน...



ฮ่าๆๆ จะไม่ให้อบอุ่นได้อย่างไรหละ เพราะ แอธ บิลเบา 11 คนนำโดย เอต์เซเบร์เรีย ลงสนามเจอกับทีมเด็กๆท้องถิ่น ที่ขนกันมาลงสนาม 200 คน! (ครึ่งละ 100) ต่อหน้าแฟนบอลที่ีเข้ามาดู 20,000 คนในสนาม ซาน มาเมส

เด็กๆ ใช้ความได้เปรียบเรื่องจำนวนผู้เล่น ออกนำทีมผู้ใหญ่ไปก่อน แต่ในที่สุด เด็กก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ แพ้กลับไปตามระเบียบ 5-3 โดย เอต์เซเบร์เรีย ก็ยิงประตูสุดท้ายส่งท้ายอาชีพค้าแข้งของเขาในเสื้อ บิลเบา อีกด้วย :)

ปล. วันหลังเดี๋ยวฝากชวน เมสซี่ มาเล่นด้วยนะ...จะลองดูว่าจะล็อค 200 คนเข้าไปยิงได้เปล่า...

วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

พรีวิว : เรอัล มาดริด vs แอธ บิลเบา

วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553

ผลฟุตบอลลาลีก้าสเปน - สัปดาห์ที่ 31 - 11/04/10

วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553

ผลฟุตบอลลาลีก้าสเปน - สัปดาห์ที่ 28 - 25/3/10

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ผลฟุตบอลลาลีก้าสเปน - สัปดาห์ที่ 22 - 13/2/10

วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553

ผลฟุตบอลลาลีก้าสเปน - สัปดาห์ที่ 18 - 16/1/10


Athletic Bilbao 1 - 0 Real Madrid
(1-0) 3' Llorente





เริ่มเกมส์มาก็เป็นทางด้าน บิลเบา เปิดเกมส์เข้าใส่ มีโอกาสลุ้นประตู ยิงชนเสา และในที่สุดไม่นานก็ได้ประตูขึ้นนำจาก ญอเรนเต้ ในนาทีที่ 3 โหม่งเข้าไปจากลูกเตะมุม โดนตั้งแต่ต้นเกมส์แบบนี้ มาดริด เหลือเวลาทั้งเกมส์ที่จะทำประตูตีเสมอ แต่ก็ทำไม่ได้ ผู้เล่นราคามหาศาลอยู่บนสนามไม่ว่าจะเป็น โรนัลโด้, กาก้า, เบนเซม่า แต่การที่ขาดฮีโร่ประจำทีมที่คอยกู้ทีมได้บ่อยๆอย่าง อิกวาอิน ไปก็ส่งผลต่อจังหวะสุดท้ายของมาดริดอย่างชัดเจน เกมส์รุกมี เบนเซม่า คนเดียวที่เล่นมีแวว สามารถสร้างสรรค์เกมส์ได้ดี และ น่าจะยิงประตูได้หากโชคดีกว่านี้หน่อย ส่วนกาก้ากับโรนัลโด้นี่ เกมส์นี้ถือว่าน่าผิดหวัง ครึ่งหลังมี กูตี ลงมาแก้เกมส์ แทน มาร์เซโล่ ที่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ทำให้เกมส์ดีขึ้น แต่ก็ทำได้แค่นั้น สุดท้ายก็แพ้ไป.... ความเชื่อมั่นในเด็กท้องถิ่น 1-0 254ล้านยูโร....







Barcelona 4 - 0 Sevilla
(1-0) 49' Escude (o.g), (2-0) 70' Pedro, (3-0) 85' Messi, (4-0) 90' Messi




ท่าจะโกรธมาจากกลางสัปดาห์มาก ตามข่าวคือทั้งทีมผิดหวังมากๆ เมสซี่ถึงกับร้องไห้ต้องให้แป็ปมาปลอบ วันนี้ได้สางแค้นระบายอารมฌ์ใส่เหยื่อเคราะห์ร้ายอย่าง เซบีย่า เละเทะ 4-0 ครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0 มันดูเหมือนว่า เซบีย่า วันนี้จะมาทำเซอร์ไพรซ์ได้แน่ๆ แต่ไปๆมาๆ ไม่รู้แป็ปไปกระตุ้นอีท่าไหน ลงมาครึ่งหลัง นาที 49 เปิดกล่อง จากจังหวะทำเข้าประตูตัวเองของ เอสกูเด้ ตามมาด้วยประตูจากตัวสำรอง เปโดร โรดริเกซ ในนาทีที่ 70 และอีกสองประตูปิดท้ายจาก ลิโอเนล เมสซี่ ทำให้ตอนนี้รั้งอันดับ 1 ปิชิชี่ เดี่ยวๆแล้ว นอกจากนี้ยังทำสถิติ ซัดประตูครบ 100 ประตูให้กับสโมสรในทุกรายการด้วยอายุน้อยที่สุดประวัติศาสตร์สโมสร เซบีย่า คงต้องกลับไปแก้ปัญหาในแดนกลางสนาม เพราะนัดนี้กองกลางขาดการจัดการมากๆ ยืนกันมั่วไปหมด กองหน้าเมื่อไม่มี ฟาบีเอโน่ กับ กานูเต้ ก็ขาดความเด็ดขาด อัลวาโร่ เนเกรโด้ ยังทำผลงานไม่เข้าตาอย่างที่เคยทำได้กับ อัลเมเรีย จบเกมส์ บาร์ซ่า ก็ถล่มไปหายห่วง 4-0 นำ 5 แต้ม!








Osasuna 2 - 0 Espanyol
(1-0) 7' Juanfran, (2-0) 8' Pandiani




5 เกมส์ก่อนหน้านี้ โอซาซูน่า ไม่ชนะใครเลย, 4 เกมส์ก่อนหน้านี้ยิงใครไม่ได้เลย, และ 4 เกมส์ในบ้านหลังสุดก็ไม่ชนะใครเลย วันนี้ลบข้อครหาทั้งหมดด้วยการเอาชนะ เอสปันญ่อล ไปได้ 2-0 ยิงประตูในช่วงต้นเกมส์ติดๆกัน อาศัยตอนที่ เอสปันญ่อลยังมึนๆอยู่ด้วยประตูของ ฆวนฟราน และ ปาเดียนี่ และนั่นก็เพียงพอต่อสามคะแนนเหนือทีมเยือนซึ่งเมื่อขาด หลุยส์ การ์เซีย และ ราอูล ตามูโด้ ก็จบสกอร์กันไม่เป็นเลย



วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553

เขารักของเขา...

สิงโต สัญลักษณ์ของสโมสร แอธ บิลเบา อยู่ข้างหน้าภาพฮีโร่ในอดีตของสโมสร

 
ชาวบาสก์เขามีวัฒนธรรม มีภาษาเป็นของตนเอง พวกเขาต่อสู้เพื่อแคว้นมาเป็นเวลายาวนาน แต่วันนี้ขอไม่ลงลึกในรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนั้นละกัน เอาเป็นว่าชาวบาสก์เป็นกลุ่มคนที่อนุรักษ์นิยม วัฒนธรรมเป็นของตัวเอง เขาภูมิใจในวัฒนธรรมของเขา พวกเขาคิดว่าพวกเขาเป็นประเทศ สามารถปกครองตัวเองได้ จนบางครั้งมันอาจจะมากเกิน ทำให้เกิดความแบ่งแยก ซึ่งวันนี้เราก็จะไม่พูดถึงเรื่องนั้นเหมือนกัน แต่ที่ผมเกริ่นมา ผมก็คิดว่าคุณๆผู้อ่านก็พอเข้าใจสิ่งที่ผมพยายามจะสื่อ

วงการลูกนังทุกวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องในสนามฟุตบอล ทุกวันนีขยับนิดขยับหน่อยก็ธุรกิจ วันนี้ผมขอมาพูดเกี่ยวกับสโมสรๆหนึ่งในสเปน ซึ่งเล่นฟุตบอล โดยไม่เห็นถึงผลประโยชน์ทางธุรกิจเป็นหลัก แต่กลับเป็นวัฒนธรรม สายเลือด เล่นฟุตบอลเป็นตัวแทนของแฟนๆ ทีมนี้ที่ผมจะมาพูดถึงในวันนีก็คือทีมจากแคว้นบาสก์ หลายๆคนคงเดาออกตั้งแต่แรกแล้ว ทีมนั้นคือ แอธเลติก บิลเบา

ชาวบาสก์ ออกมาชุมนุม และ ชูธงซึ่งสัญลักษณ์ของแคว้น


แอธเลติก บิลเบา มีระบบเยาวชน และ นโยบายทางการบริหารที่ขึ้นชื่อมากๆ พวกเขามีนโยบายง่ายๆ “Con cantera y afición, no hace falta importación.” หรือ… ด้วยแรงสนับสนุนจากแฟนๆท้องถิ่น เราไม่ต้องการสินค้านำเข้า….

เขาจะใช้นักเตะที่เป็นชาวบาสก์โดยกำเนิดเท่านั้น ไม่มีข้อแม้ และนักเตะเหล่านั้นก็ต้องผ่านการอบรมจากระบบเยาวชนของทีมด้วย

น่าเห็นใจผู้จัดการทีมนะครับ คงทำงานยากน่าดู การที่ไม่สามารถหยิบซื้อผู้เล่นต่างชาติ ที่มีผู้เล่นที่มีความสามารถที่จะมาเสริมตกแต่งให้กับสโมสรได้มากมาย แต่กลับต้องมาเลือกใช้จากกลุ่มคนชาวบาสก์ซึ่งมีจำนวนเพียง 3 ล้านคน เล่นบอลเป็นกี่คนยังไม่นับ… ถ้ายังไม่เชื่อว่ามันน่าลำบาก ก็ลองเลือกเล่น บิลเบา ใน Football Manager ก็ได้…

นอกจากนี้ผู้คนหลายๆคนอาจจะคิดว่า การที่ไม่สามารถซื้อนักเตะข้างนอกมาได้ อาจจะทำให้สตาร์ท้องถิ่นอย่าง ยอร์เรนเต้, หรือ เยสเต้ ขาดคู่แข่งในการแย่งตำแหน่ง และอาจจะทำให้ทีมเฉื่อย…. แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ มันกลับตรงกันข้าม ผู้เล่นชาวบาสก์เหล่านี้เมื่ออยู่ภายใต้เสื้อสโมสร เช่นเดียวกับชาวบาสก์ทั้งหลาย พร้อมต่อสู้ พร้อมแลกเลือด แลกหยาดเหงื่อ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของสโมสร แม้ว่าผู้จัดการทีมอาจจะปวดหัวเรื่องไม่สามารถซื้อคนที่ตัวเองต้องการได้…. แต่สิ่งที่เขาได้แทน คือผู้เล่นที่พร้อมที่จะให้สโมสรเท่าที่ตนจะให้ได้

นโยบายนี้มันเหมือนจะเป็น ประเพณี มากกว่าเป็น กฎเกณฑ์ เพราะมันไม่ได้มีอะไรเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างไรก็ตาม แฟนๆเห็นว่านโยบายนี้เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวที่สำคัญและเก่าแก่ของสโมสร ถือเป็นสิ่งที่พวกเขาภูมิใจ

มันอาจจะยังมีเครื่องหมายคำถาม ถึงผลงานของสโมสร ภายใต้นโยบายนี้…. แอธเลติก บิลเบา เป็นหนึ่งในเพียงสามทีม ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสเปน ที่ยังไม่เคยตกลงไปเล่นในดิวิชั่นต่ำกว่าลีกสูงสุด อีกสองทีมคงไม่ต้องบอกว่าเป็นทีมอะไร มันถือว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากที่ บิลเบา ยังสามารถอยู่ เล่นฟุตบอลในระดับสูงสุดได้อยู่ เป็นระยะเวลานานถึงขนาดนี้

แต่ถึงจะสามารถอยู่รอดได้ในดิวิชั่นสูงสุด แต่ แอธเลติก บิลเบา ก็ไม่ได้แชมป์ลีกมาตั้งแต่ปี 1984….มันจึงเกิดคำถามว่า นโยบาย นี้…มันส่งผลดีหรือไม่กับสโมสร… เพราะบางที การตัดสินใจบางอย่าง จะได้บางอย่างอาจจะต้องเสียอย่าง ถ้าหากเขาอยากประสบความสำเร็จ บางครั้ง พวกเขาอาจจะต้องเสียสละอะไรบางอย่าง เพื่อแลกกับความสำเร็จและความมั่นคงในอนาคต…. แต่ความคิดแบบนี้กลับไม่อยู่ในหัวชาว บาสก์ แม้แต่นิดเดียว

ในปี 2006 พวกเขาเกือบจะตกชั้นอยู่แล้วเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ต้องลุ้นถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล ก่อนที่จะเอาตัวรอดได้ หลังจาก เดปอ ดันไปตกม้าตายแพ้ในนัดสุดท้าย ทำให้ยังรอดอยู่ สำหรับแฟนๆที่ไม่ใช่ชาวบาสก์อาจจะมองว่านโยบายอะไรแบบนี้เป็นสิ่งที่ล้าสมัย และมันเป็นสิ่งเหนี่ยวรั้งไม่ให้ทีมประสบความสำเร็จทั้งในด้านการกีฬาและด้านธุรกิจเท่าที่ควร คำถามที่ตามมาคือพวกเขาสามารถอยู่รอดได้จริงอยู่ แต่การอยู่อย่างไรความสำเร็จมันพอแล้วหรอ… แต่หลังจากมีเสียงสะท้อน มีกระแสจะเอานโยบายนี้ออก ทุกครั้งก็จะมีเสียงจากพวกนักเตะเก่าๆ แฟนๆท้องถิ่นออกมาโจมตีความคิดนี้ และสุดท้าย แผนการล้มล้างนโยบายก็ถูกล้มเลิกไปทุกครั้งไป และมันก็เหมือนว่าความคิดนี้มันคงจะยังอยู่ไปอีกนาน



El Mundo หนังสือพิมพ์ชื่อดัง เคยได้ทำโพลล์ตรวจสอบความคิดเห็น ซึ่งผลก็ออกมาตอกย้ำว่า แฟนๆกว่า 80% เห็นว่า พวกเขายอมที่จะเห็นทีมรักตกชั้น ดีซะกว่าล้มเลิกนโยบายที่เป็นสิ่งที่พวกเขายึดมั่น และ ภูมิใจมาอย่างยาวนาน

ถึงแม้ว่าช่วงหลังๆทีมจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ผลงานช่วงหลังๆ ถือว่าทำผลงานได้ดีเกินคาด เวลานี้ยึดที่ 7 ในตารางฟุตบอลลาลีก้า เล่น 15 นัดเก็บไป 26 คะแนน ฤดูกาลก่อนสามารถเข้าชิง โก ปา เดลเรย์ ครั้งแรกในรอบ 24 ปี ทั้งๆที่เป็นเจ้าของแชมป์มากสุดเป็นอันดับสอง (เป็นรองบาร์ซ่าเพียงสมัยเดียว)

….แน่นอน…เมื่อทีมสามารถเล่นได้ดี ระบบเยาวชนของสโมสรก็ได้รับคำชมกันหน้าบาน โครงสร้างสโมสรแบบนี้ ระบบเยาวชนเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการอยู่รอด และ ผลงานโดยรวมของทีม และในช่วงหลังๆ ถือว่าเยาวชนที่นี่สามารถผลิตนักเตะที่น่าสนใจๆออกมาได้ไม่หยุดหย่อน อย่างรายล่าสุด… อีเคร์ มูเนียอิน ที่หลังขึ้นชุดใหญ่มาไม่นาน ก็ทำลายสถิติต่างๆเป็นว่าเล่น หรือล่าสุดกว่านั้นเจ้าหนู รามาลโย่ ที่กำลังจ่อคิวขึ้นตามรอยมูเนียอินอดีตเพื่อนร่วมทีมเยาวชนขึ้นชุดใหญ่เร็วๆนี้

หนูน้อย มูเนียอิน


พวกเขาเชื่อว่า หากพวกเขาเชื่อในระบบเยาวชน และให้โอกาสอย่างเต็มที่ แทนที่จะเอาเงินไปซื้อนักเตะ สู้เอาเงินเหล่านั้นมาส่งเสริมบุคลากรในบริเวณนั้นจะดีกว่า ถือเป็นโครงสร้างสโมสรที่สร้างไว้บนฐานของนักเตะเยาวชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง แต่มันจะเกินไปไหม? เป็นวิถีทางที่ดีที่สุดรึเปล่า? หรือมันควรจะเป็นตัวอย่างสำหรับสโมสรอื่นๆให้ควรเอาแบบอย่างบ้าง? ไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไร....

“Con cantera y afición, no hace falta importación.”
...พวกเขา... เชื่ออย่างนั้น…

วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ผลฟุตบอลลาลีก้าสเปน - สัปดาห์ที่ 15 - 20/12/09



สำหรับสัปดาห์ที่ 15 มีฟุตบอลสเปนเตะกันอยู่ 3 คู่ เป็นเกมส์หน้าหนาวก่อนปิดเทอมเล็กๆให้นักเตะไปพักหนีหนาวในช่วงคริสต์มาส ก่อนจะกลับมาลงเตะในช่วงต้นปี



เรอัล ซาราโกซ่า น้องใหม่ทีมขวัญใจแฟนบอลจากแคว้น โอเรก้อน พึ่งเปลี่ยนโค้ช หลังจาก มาเซลิโย่ โดนเด้งไปในสัปดาห์ก่อน วันนี้บุกมาเล่นเทนนิสกับ เรอัล มาดริดที่ซานติเอโก้ เบอร์นาบิว ก่อนมาดริดจะชนะขาด 6-0 เกมส์ เอ๊ยย! 6 ประตูต่อ 0

กอนซาโล่ อิกวาอิน ยังคงฟอร์มฮอต เหมาคนเดียว 2 ประตู ยิงตั้งแต่ในนาทีที่ 3 ของการแข่งขัน ตามด้วยอีกสองประตูในช่วงเวลา 2 นาทีของราฟาเอล นาดาล เอ๊ยยย! ราฟาเอล ฟานเดอร์ ฟาร์ท ในนาทีที่ 25 และ 27 ซึ่งวันนี้เล่นเป็นตัวแทนของกาก้าได้เนียนตาเหลือเกิน และในนาทีที่ 33 เรอัล มาดริด ฉีกเป็น 4-0 เมื่อกอนซาโล่ อิกวาอินจัดการยิงลูกที่สองของตนเองด้วยประตูสุดสวย จบครึ่งแรก มาดริดนำ 4-0

ครึ่งหลังก็ไม่ได้มีอะไรให้ช็อคแฟนบอลมากนัก โรนัลโด้ จัดการยิงประตูที่ 5 ให้กับทีม หลังจากพยายามยิงไกล ยิงฟรีคิก มาหลายต่อหลายครั้ง นาทีที่ 50 มาดริดนำ 5-0! หลังจากนั้นก็มีการหมุนเวียนผู้เล่นให้ผู้เล่นตัวสำรองมีโอกาสมายืดเส้นยืดสาย และก็เป็นหนึ่งในตัวสำรองอย่าง คาริม เบนเซม่า ที่ยิงประตูปิดท้ายให้เรอัล มาดริดชนะไป 6-0 เป็นประตูฉลองวันเกิดครบรอบ 22 ปีของศูนย์หน้าชาวฝรั่งเศสคนนี้ด้วย!




เกมส์ต่อมาเรามาดู เซบีย่า กับ เกตาเฟ่ กันดีกว่า นัดนี้ เซบีย่า เซอร์ไพรซ์ แฟนบอลสเปนไปเต็มๆหลังแพ้คาบ้านต่อเกตาเฟ่ 1-2... เกตาเฟ่ได้สองประตูจากดาวยิงในภาพข้างบน โรแบร์โต้ โซลดาโด้ ยิงให้เกตาเฟ่ออกนำ 2-0 ตั้งแต่ยังไม่จบครึ่งแรก ประตูเดียวของ เซบีย่า มาในนาทีที่ 50 จาก อัลวาโร่ เนเกรโด้





แอธเลติก บิลเบาเจอกับโอซาซูน่า บิลเบสออกนำห่างตั้งแต่นาทีที่ 12 จาก เฟร์นานโด ยอเรนเต้ ตั้งแต่ยังไม่ถึงนาทีดี ผ่านมานาทีที่ 12 เยสเต้ ก็ทำประตูให้ บิลเบาออกนำห่าง 2-0! เกมส์เป็นฝั่งบิลเบาที่ทำได้ดีกว่าเยอะ มีโอกาสได้มากกว่า 2 มากกว่า 3 มากกว่า 4 มากกว่า 5 อยู่หลายต่อหลายครั้ง ถือว่าเป็นโชคดีที่ โอซาซูน่ายังต้านไว้ได้ สกอร์ไลน์ยังเลยดูไม่น่าเกลียด ครึ่งหลัง โอซาซูน่า ลงมาก็ถือว่าเล่นได้ดีขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ทำไรไม่ได้มาก จบเกมส์ แพ้ไป 2-0... บิลเบา ของ ฆัวคิน กาปาร์รอส และ แฟนๆ คงได้ฉลองกันก่อนปิดหนีหนาวอย่างสบายใจ หลัง บิลเบา ตอนนี้อยู่ในอันดับที่มีลุ้นทำคะแนนขึ้นไปเล่นบอลยุโรป!

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ผลฟุตบอลลาลีก้าสเปน - สัปดาห์ที่ 14 - 12/12/09





มาเริ่มกันที่คู่แรก บาร์เซโลน่า เฉือนชนะ เอสปันย่อล อย่างหืดจับในเกมส์ดาร์บี้แมตช์ประจำแคว้น กาตาลัน (อย่างทีเห็นในรูป เมสซี่ เล่นไม่ได้ ก็เอารางวัล ลูกบอลทองคำมาโชว์แฟนๆก่อนเกมส์เริ่ม) เกมส์ในครึ่งแรก บาร์ซ่า มีโอกาสเยอะกว่า บุกเยอะกว่าท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอล และแล้วความพยายามก็ส่งผล มาได้จุดโทษ (ที่ไม่รู้ว่าควรเป็นจุดโทษรึเปล่า..) จากจังหวะที่ผู้ตัดสินมองว่า บาน่า ไปทำฟาวล์ใส่ ซาบี และเป็น อิบราฮิมโมวิช รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไปไม่มีปัญหา นำ 1-0! และจากประตูนี้ส่งให้ อิบรา ขึ้นมาทาบ บีย่า ในตารางดาวซัลโวของลาลีก้าด้วย (และหลังจากนั้น 2 ชั่วโมง บีย่า ก็กลับมานำเดี่ยว) ครึ่งหลัง เอสปันย่อล พยายามสู้ และก็สู้ได้ดีพอสมควร มีโอกาสตีเสมอบ้าง แต่สุดท้ายก็ทำกันไม่ได้ จบเกมส์ บาร์ซ่า 1 แอธเลติก บิลเบา 0! ยึดตำแหน่งจ่าฝูงจนจบปีใหม่แน่นอนแล้ว ก่อนจะไปเตะ สโมสรโลกในวันพุทธที่ UAE. เจอกับ Atlante ทีมจาก แม็กซิโก ซึ่งเอาชนะ Auckland City เมื่อค่ำที่ผ่านมา 3-0 เข้ามาเจอบาร์ซ่าในรอบเซมิ บาร์ซ่าจะเล่นอีกทีในลาลีก้าก็อาทิตย์โน้นเลย ต้อนรับการมาเยือนของ บียาร์เรอัล ในรังคัปนูย์






เกมส์ต่อมาเป็นเกมส์ระหว่าง เรอัล ซาราโกซ่า เจ้าบ้าน กับ ทีมเยือนอย่าง แอธเลติก บิลเบา ที่ฟอร์มกำลังเข้าฝักเลย ครึ่งแรกที่ ลา โรมาเรด้า เกมส์ค่อนข้างรัดกุม ไม่มีฝ่ายไหนทำประตูได้ เข้าห้องแต่งตัวด้วยสกอร์ไลน์ 0-0 เกมส์ดำเนินเอื่อยๆมาจนครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของเกมส์ ทีมเยือนก็มาได้ประตูเปิดร่องจากจังหวะที่ตัวสำรองดาวรุ่งอย่าง อีเกร์ มูเนียอิน ซึ่งพึ่งลงมาแทน ยอเรนเต้ ไม่กี่นาที ลากบอลผ่าน ฟรานเชสโก้ ปาบอน ก่อนจะเปิดเข้ามาเข้าหัว มิเกล ซาน โฆเซ่ โหม่งเข้าเสาสองไป ทีมเยือนนำ 1-0 นาที 60!! เกมส์สนุกและเปิดขึ้น ซาราโกซ่า ก็พยายามทำประตูตีเสมอ แต่ก็ไม่ได้ซะที และก็มาเสียประตูที่สองซ้ำในช่วง 10 นาทีสุดท้าย และก็เริ่มที่ อีเกร์ มูเนียอิน อีกแล้วจากจังหวะสวนกลับเร็วก่อนจะจ่ายให้ ซูซาเอต้า หลุดเข้าไปยิง แทบจะดับโอกาสเจ้าถิ่นในการกลับมาสู่เกมส์เลย เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซาราโกซ่า ก็มาได้ประตูปลอบใจแฟนบอล จากจังหวะยิงไกลของ การ์ลอส ดิโอโก้ ระยะ 25 หลา บอลไปแฉลบกองหลังของแอธเลติกบิลเบา ก่อนเปลี่ยนทางผ่านมือของ อิไรซอส เข้าไป จบเกมส์ ซาราโกซ่า แพ้ 1-2 คาบ้าน ชนะ 3 นัดจาก 14 นัดหลังสุด หล่นไปอยู่อันดับ 17 เป็นเหตุให้ มาร์เซลิโน่ โดนปลดออกทันทีหลังจากจบเกมส์นี้ ส่วนตัวคิดว่าสโมสรใจร้อนไปนิด น่าจะให้โอกาสก่อน น่าสนใจว่าซาราโกซ่าที่พึ่งปลดโค้ช จะพลิกฟอร์มกลับมาได้ไหมในนัดหน้า... ในการเจอ เรอัล มาดริด...



คู่สุดท้ายประจำวันนี้ เรอัล มาดริด ออกไปเยือนรังค้างคาว เมสตาย่า สเตเดี่ยม ของ บาเลนเซีย เป็นการเจอกันของทีมอันดับ 2 และ 3 ของตาราง จึงเป็นเกมส์ที่สำคัญมาก สำหรับมาดริด นี่เป็นเกมส์ที่พวกเขาต้องชนะ เพื่อทำแต้มเข้าใกล้บาร์ซ่า ให้ช่องห่างเหลือ 2 แต้ม หลังจากโดนทิ้งเป็น 5 หลังเกมส์ ดาร์บี้แมตช์ที่กาตาลัน บาเลนเซียไม่มี ซิลบา มาดริดไม่มีโด้ กับ กาก้า

ครึ่งแรกเริ่มมาก็ซัดใส่กันเต็มที่เลย สมกับเป็นทีมใหญ่ทั้งคู่ บาเลนเซีย บุกใส่มาดริดอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัว เป็นฝ่ายมาดริดที่ต่อบอลกันไม่ค่อยติด โอกาสจบไม่ค่อยมี แต่พอไปๆมาๆ มาดริดก็เริ่มหาจังหวะของตัวเองเจอ พอต่อบอล ครองบอลได้บ้าง อาการดูดีขึ้นหน่อย และก็มีโอกาสมาได้ประตูเหน่งๆจาก อิกวาอิน ที่อยู่กรอบเขตโทษด้านซ้าย ล็อคบอลหลอกกองหลังเข้าขวา (ลูกเก่ง) แต่ยิงปลิ้นหลังเท้าไปอย่างน่าเสียดาย หลังจากนั้น ลูกโหม่งของรามอสจากคอนเนอร์ ก็ดันไปชนคานอีก ครึ่งแรกสกอร์นิ่ง 0-0



ครึ่งหลังนี่ความมันส์ไม่ต้องอธิบาย ประตูไม่ต้องรอนาน เล่นมาได้ 9 นาที เป็นฝั่ง เรอ้ล มาดริด ที่ขึ้นนำก่อนจากจังหวะที่ เบนเซม่า ใช้ความสามารถเฉพาะตัว ลากบอลผ่าน มาติเยอ มาก่อนเปิดบอลให้อิกวาอินโขกเต็มกระบาน มาดริดนำ 1-0!! หลังจากนั้น บาเลนเซียพยายามบุกใส่ และก็เกือบได้ประตูจาก นาบาร์โร่ ซึ่งยิงระยะ 2 หลาข้ามคานไปซะอย่างนั้น แต่หลังจากนั้นไม่นาน จากความผิดพลาดของ กาซิยาส ออกมาจั่วลม เจอ ดาวิด บีย่า โหม่งตัดหน้าเข้าไปง่ายๆ ตีเสมอให้ทีมค้างคาว และ ส่งตัวเองเป็นผู้นำดาวซัลโว อีกครั้งในนาทีที่ 60 บีย่า! 1-1!! แต่แฟนๆค้างคาวก็ดีใจได้แค่ 5 นาที หลังจาก มาร์เซโล่ โชว์ทักษะเลี้ยงผ่านผู้เล่นบาเลนเซียมาทั้งแผง ก่อนจ่ายให้อิกวาอิน หลุดเข้าไปยิงเสาสอง ไม่รอด 2-1! หลังจากนั้น โจอาคิน ก็ได้ถูกส่งลงมาสนามแทน นาบาร์โร่ และ โจอาคิน ก็โชว์ให้เห็นว่า อุไน เอเมรี่ คิดไม่ผิดที่ส่งลงมา จัดการยิงประตูตีเสมอให้เจ้าค้างคาวในช่วง 10 นาทีสุดท้าย 2-2!! แต่แล้วมาดริดก็ดันมาพลิกขึ้นนำอีก จากลูกฟรีคิกเปิดมาเข้าหัวการาย โหม่งเข้าไป นำ 3-2 หลังจากโดนตีเสมอแค่ 3 นาที... จบเกมส์!! 3 แต้มสำหรับ เรอัล มาดริด!! กลับมาตามบาร์ซ่าอยู่ 5 แต้มเหมือนเดิม(เตะน้อยกว่านัดนึง) นัดหน้าเจอ ซาราโกซ่า...


วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552

โฆนุส รามาลโย่ สร้างประวัติศาสตร์?

ชื่อ: โฆนุส รามาลโย่
สโมสร: แอธเลติก บิลเบา
ตำแหน่ง: กองหลัง
อายุ: 16


นักเตะหนุ่มไฟแรงคนนี้ถูกส่งลงสนามในเกมส์ ยูโรป้า ลีก ในฐานะตัวสำรองด้วยวัยเพียง 16 ปี!! เป็นดาวรุ่งที่ถูกจับตามองจากสื่อสเปนเป็นอย่างมาก เพราะความสามารถจัดว่าสูงติดเพดานเลยทีเดียว ถูกคาดการว่าในอนาคตอันใกล้ อาจจะเดินตามรอยเพื่อนร่วมทีมอย่าง อีเกร์ มูเนียอิน มิดฟิลด์ดาวรุ่งของ แอธเลติก บิลเบา ซึ่งก็ได้ลงเล่นตั้งแต่ 16 เหมือนกัน (มูเนียอิน นี่เด็กสุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร และ ตอนนี้ยังครองสถิติทำประตูด้วยอายุน้อยที่สุดในลาลีก้าด้วย)

อาทิตย์นี้เขามีโอกาสที่จะได้ลงเล่นให้กับต้นสังกัด แอธเลติก บิลเบา เป็นการเปิดตัวในลาลีก้า พร้อมสร้างประวัติศาสตร์... ไม่ใช่เรื่องอายุ แต่ถ้าเขาได้ลง เขาจะเป็นนักเตะผิวสีคนแรกของ แอธเลติก บิลเบา ที่จะได้ลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ในลีกสูงสุดตั้งแต่มีการก่อตั้งสโมสร! ยินดีด้วยครับ! เป็นข่าวที่น่าดีใจมาก!

วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ผลฟุตบอลลาลีก้าสเปน - สัปดาห์ที่ 13 - 6/12/09


เสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2552
สัปดาห์ที่ 13 ของบอลสเปน
มีฟุตบอลเตะ 6 คู่:



มายอร์ก้า ก็ยังคงเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่องในบ้านตัวเอง ด้วยการโชว์ฟอร์มเหนือเทพในครึ่งหลัง ปราบ เรอัล ซาราโกซ่า อย่างอยู่หมัด4-1 มายอร์ก้า ได้ประตูจาก อาดูริซ ในนาทีที่ 37 และ 67 ซัวเรซนาทีที่ 74 และ เกอีต้า ในนาทีที่ 77 ส่วน ซาราโกซ่า มาตีไข่แตกได้ท้ายเกมส์นาที 85 จบเกมส์ 4-1..
 


มาลาก้าเสมออีกแล้วว! คราวนี้กับ โอซาซูน่า 1-1 เป็นการเสมอนัดที่ 4 ติดต่อกัน ทีมเจ้าบ้านอย่าง มาลาก้า มีโอกาสมากกว่า แต่ก็ทำกันไม่ได้เอง กลายเป็นโอซาซูน่า ที่ขึ้นนำได้ด้วยประตูของ มาซุด ในนาทีที่ 47 แต่แล้วท้ายเกมส์ นาทีที่ 83 มาลาก้าก็มาตามตีเสมอได้จาก อาปอนโย่ จบเกมส์ก็แบ่งแต้มกันไปคนละแต้ม



บียาร์เรอัล!! คู่นี้ถือเป็นหนึ่งในคู่ที่น่าจับตามองมากๆ เกมส์นี้เจอกับเกตาเฟ่ บียาร์เรอัลเปิดฤดูกาลมาได้เน่ามากๆภายหลังการจากไปของ มานูเอล เปเยกรินี่ แต่ช่วงนัดสองนัดที่ผ่านมา ดูเหมือนฟอร์มจะกระเตื้องขึ้น นัดนี้ไม่หมูแน่ๆ แต่บียาร์เรอัล ก็ทำได้ เฉือนชนะไป 3-2 แมนออฟเดอะแมตช์ และ ดีกรีแบ็คซ้ายตัวจริงทีมชาติสเปน กัปเดบียา ซึ่งในเกมส์นี้สวมบทพระเอก ยิงคนเดียว 2 ประตู (นาทีที่ 17', 83') อีกประตูมาจาก การ์ซอล่า ในนาทีที่ 67 ซึ่งวันนี้ก็ถือว่าเล่นได้ดีหลังจากพึ่งหายจากอาการบาดเจ็บ เกตาเฟ่ ถึงได้ประตูจาก เปรโด เลออน ตั้งแต่นาทีที่ 3 ของการแข่งกัน และ โซลดาโด้ นาทีที่ 52 แต่ก็ไม่เพียงพอ บียาร์เรอัลเก็บชัยชนะนัดที่ 4 จาก 5 นัดหลังมาครองได้สำเร็จ



ราซิ่ง ซานตาเดย์ เก็บชัยชนะนัดแรกในรอบสิบเกมส์กับ เอสปันญ่อล ถึง 4 ประตูต่อ 0 ทั้งๆที่เล่นบ้านเอสปันญ่อลแท้ๆ ราซิ่งได้ประตูจาก เอนริเก้, โมฮาเมด ทีชิเต้, และดาวรุ่งวัย 18 ปี เซร์กิโอ้ กานาเลส ซึ่งจัดการยิง 2 ลูก ถือเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งในลาลีก้าที่น่าจับตามองเลยทีเดียว



เตเรนิเฟ่ กลับมาได้ หลังจากตกเป็นฝ่ายตามหลัง กีฆอนตั้งแต่นาทีที่ 3 จาก ดีเอโก้ คาสโทร่ หลังจากนั้นก็เป็น เตเรนิเฟ่ ที่พยายามเพื่อเก็บชัยชนะนัดนี้ให้ได้ และก็มาได้ประตูจาก ริการ์โด บริโต้ กับ นิโน ในนาทีที่ 55 และ 66 ตามลำดับ จบเกมส์เตเรนิเฟ่ แซงเอาชนะได้ 2-1



อีกหนึ่งบิ๊กแมตช์ประจำสุดสัปดาห์นี้ แอตเลติก บิลเบา เปิดบ้านซาน มาเมซ ต้อนรับการมาเยือนของ บาเลนเซีย บิลเบา ยิงขึ้นนำ บาเลนเซีย ก่อนจาก มูนาอิน แต่ก็โดน ดาวิด บีย่า ดาวยิงสูงสุดในลาลีก้าสเปน ยิงตีเสมอให้ บาเลนเซีย ในนาทีที่ 60 จากนั้น แอตเลติก บิลเบา เหลือ 10 คนในนาทีที่ 73 หลังจาก กอยกิลี โดนใบแดงไล่ออกไป ซึ่งก็เปิดโอกาสให้ บาเลนเซียเล่นง่ายขึ้นและก็มาได้ประตูชัยจาก เฌเรมี่ มาติเยอ ในนาทีที่ 83 แต่เกมส์มันยังไม่จบแค่นั้น!! นาที 86 แอตเลติก บิลเบา ได้ลูกโทษที่จุดโทษ จากการทำฟาวล์ ของนาร์บาโร่ที่ไปเหนี่ยวมาติเนซ โลเปซเป็นคนรับหน้าที่สังหารจุดโทษ แต่ดันยิงไปชนคานอย่างจัง พลาดโอกาสตามตีเสมออย่างน่าเสียดาย และแล้วผู้ตัดสินก็เป่าหมดเวลา เจ้าค้างคาว บาเลนเซีย เก็บสามแต้มที่ ซาน มานเมซ สำเร็จ!

เป็นการเก็บสามแต้มที่สำคัญของ บาเลนเซีย ทำให้โอกาสการลุ้นแชมป์ลาลีก้ายังเปิดกว้างอยู่ เซบีย่า บาเลนเซีย มาดริด และ บาร์ซ่า ต่างก็มีลุ้นทั้งนั้น 3 แต้มครั้งนี้สำคัญมาก เพราะมันยังเพิ่มความมั่นใจให้ บาเลนเซีย ก่อนจะกลับบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เรอัล มาดริด ในวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม ที่จะมาถึง...




ติดต่อ โฆษนา แนะนำ สอบถาม ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ ได้ที่
 
Web Analytics