
LFPTH : ลาลีก้า สเปน ลีกอันดับหนึ่งของวงการลูกหนัง
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เยาวชน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เยาวชน แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
LIVE! 22:30
เขียน
granero

ลิ้งค์ ดูฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ระหว่าง อังกฤษ กับ สเปน
ปล. สเปนทีมชุดใหญ่นั่งดูอยู่ในสแตนด์ด้วย...
วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553
ฟรันเชสก์ "เซสก์" ฟาเบรกัส โซเลร์
เขียน
granero
อีกไม่นาน แมตช์ระหว่าง อาร์เซน่อล กับ บาร์เซโลน่า ก็จะเขี่ยลูกเริ่มเตะกันแล้ว...หลายๆคนคงจับตามองนักเตะคนนึงเป็นพิเศษมากกว่านักเตะคนอื่น...แปลกนะ....ที่ถ้าถามแฟน อาร์เซน่อล พวกเขาคงตอบชื่อนักเตะ บาร์ซ่า คือ เธียร์รี่ย์ อองรี...ส่วนถ้าถามแฟนๆ บาร์เซโลน่า แน่นอน...ชื่อของนักเตะคนนั้งคงไม่พ้น เชสก์ ฟาเบรกาส...
ก่อนจะถึงเกมส์ระหว่าง สองทีมนี้ LFPTH พาทุกท่านมาดูประวัติของนักเตะคนนี้กันดีกว่า ว่าทำไมถึงเป็นที่จับตามอง? ลองไปดูกัน..!
ก่อนจะถึงเกมส์ระหว่าง สองทีมนี้ LFPTH พาทุกท่านมาดูประวัติของนักเตะคนนี้กันดีกว่า ว่าทำไมถึงเป็นที่จับตามอง? ลองไปดูกัน..!
4 เมษายน 1987 วันเกิดของเด็กน้อยคนนึง...ฟรันเชสก์ ฟาเบรกัส
วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553
FICHADO! : เซร์คิโอ กานาเลส / adios: รุด ฟาน นิสเตลรอย
เขียน
granero
MARCA หนังสือพิมพ์ชื่อดังประจำกรุงมาดริด ตีข่าวว่า "FICHADO!" หรือ เรอัล มาดริด บรรลุการเจรจาคว้าตัวดาวเตะอายุน้อยน่าจับตามอง กานาเลส ได้ไว้ในครอบครองแล้ว หลังจากยื้อไปยื้อมาอาทิตย์กว่าๆ
พ่อของเขาได้เดินทางไปอังกฤษเพื่อรับฟังข้อเสนอของทีมต่างๆที่สนใจในบริการของลูกตน (พ่อเป็นเอเยนต์) ไม่ว่าจะเป็นทีม เชลซี แมนซิตี้ อาเซน่อล นอกจากนั้นยังมีข้อเสนอจาก บาเยิร์น บาร์ซ่า บาเลนเซีย ที่คอยฉกอยู่ด้วย แต่ในที่สุด บัลดาโน่ ก็สามารถกล่อมให้ตัวนักเตะตัดสินใจฝากอนาคตในถิ่น ซานติเอโก เบอร์นาบิว
จะเซ็นกัน 6 ล้านยูโร (ราซิ่งจะเอา 10 มาดริดจ่าย 4 ตกลงกันได้ที่ 6) เซ็น 5 ปี จะอยู่ราซิ่งอย่างน้อยๆจนจบฤดูกาล 10/11 เซ็นกับมาดริดแน่ๆแล้ว แต่เรื่องสัญญาในการยืมตัวเล็กๆน้อยๆยังไม่มีความแน่นอน
ในขณะเดียวกัน มาร์ก้า ก็เสนอข่าวของการจากไปของ รุด ฟาน นิสเตอรอย อดีตซุปเปอร์ฮีโร่ของ เรอัล มาดริด ซึ่งผ่านการตรวจร่างกาย กำลังจะย้ายไป ฮัมบูร์ก เกือบจะแน่นอนแล้ว การซื้อขายครั้งนี้ดูเหมือนจะดีไปหมดสำหรับทุกฝ่าย รุด ก็จะได้โอกาสลงสนามมากขึ้น เพื่อลุ้นพื้นที่ในทีมชาติไปบอลโลกที่แอฟริกา มาดริดก็ไม่ต้องจ่ายเงินค่าเหนื่อยที่สูงลิบของรุด ทั้งๆที่ส่วนใหญ่พี่แกไม่นั่งข้างสนามก็เจ็บซะบ่อย ขายตอนนี้ ได้เงินมานิดหน่อย (หรือไม่ได้เลยไม่รู้..) ก่อนที่สัญญาจะหมดปลายปีนี้ ส่วนฮัมบูร์กก็ได้หนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกไปร่วมทีม! win win win!
รุด และ เอเยนต์ของเขา เดินทางออกจากคลินิกของสโมสร หลังผลตรวจร่างกายผ่านไปด้วยดี
รุด นี่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในสเปน หลังจากประสบความสำเร็จมาในอังกฤษ คว้า ปิชิชี่ ตั้งแต่ปีแรกที่มาร่วมทีม เป็นส่วนสำคัญช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกมาครอบครองได้ หลังจากไม่ได้อะไรมานานแสนนาน
รุดไป... ใครจะมาแทนหละ? ถ้าถามผม ผมว่าคงยังไม่มีเร็วๆนี้ เพราะ การมีกองหน้าอย่าง ราอูล อิกวาอิน เบนเซม่า และ โรนัลโด้ ซึ่งในสายตา เปเยกรินี่ น่าจะเป็นกองหน้า ดูจากการจัดตำแหน่งในช่วงที่ผ่านมา 4 คนสำหรับ 2 ตำแหน่งก็ดูไม่น่ามีปัญหาอะไร
วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553
เขารักของเขา...
เขียน
granero
สิงโต สัญลักษณ์ของสโมสร แอธ บิลเบา อยู่ข้างหน้าภาพฮีโร่ในอดีตของสโมสร

ชาวบาสก์เขามีวัฒนธรรม มีภาษาเป็นของตนเอง พวกเขาต่อสู้เพื่อแคว้นมาเป็นเวลายาวนาน แต่วันนี้ขอไม่ลงลึกในรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนั้นละกัน เอาเป็นว่าชาวบาสก์เป็นกลุ่มคนที่อนุรักษ์นิยม วัฒนธรรมเป็นของตัวเอง เขาภูมิใจในวัฒนธรรมของเขา พวกเขาคิดว่าพวกเขาเป็นประเทศ สามารถปกครองตัวเองได้ จนบางครั้งมันอาจจะมากเกิน ทำให้เกิดความแบ่งแยก ซึ่งวันนี้เราก็จะไม่พูดถึงเรื่องนั้นเหมือนกัน แต่ที่ผมเกริ่นมา ผมก็คิดว่าคุณๆผู้อ่านก็พอเข้าใจสิ่งที่ผมพยายามจะสื่อ
วงการลูกนังทุกวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องในสนามฟุตบอล ทุกวันนีขยับนิดขยับหน่อยก็ธุรกิจ วันนี้ผมขอมาพูดเกี่ยวกับสโมสรๆหนึ่งในสเปน ซึ่งเล่นฟุตบอล โดยไม่เห็นถึงผลประโยชน์ทางธุรกิจเป็นหลัก แต่กลับเป็นวัฒนธรรม สายเลือด เล่นฟุตบอลเป็นตัวแทนของแฟนๆ ทีมนี้ที่ผมจะมาพูดถึงในวันนีก็คือทีมจากแคว้นบาสก์ หลายๆคนคงเดาออกตั้งแต่แรกแล้ว ทีมนั้นคือ แอธเลติก บิลเบา
ชาวบาสก์ ออกมาชุมนุม และ ชูธงซึ่งสัญลักษณ์ของแคว้น
แอธเลติก บิลเบา มีระบบเยาวชน และ นโยบายทางการบริหารที่ขึ้นชื่อมากๆ พวกเขามีนโยบายง่ายๆ “Con cantera y afición, no hace falta importación.” หรือ… ด้วยแรงสนับสนุนจากแฟนๆท้องถิ่น เราไม่ต้องการสินค้านำเข้า….
เขาจะใช้นักเตะที่เป็นชาวบาสก์โดยกำเนิดเท่านั้น ไม่มีข้อแม้ และนักเตะเหล่านั้นก็ต้องผ่านการอบรมจากระบบเยาวชนของทีมด้วย
น่าเห็นใจผู้จัดการทีมนะครับ คงทำงานยากน่าดู การที่ไม่สามารถหยิบซื้อผู้เล่นต่างชาติ ที่มีผู้เล่นที่มีความสามารถที่จะมาเสริมตกแต่งให้กับสโมสรได้มากมาย แต่กลับต้องมาเลือกใช้จากกลุ่มคนชาวบาสก์ซึ่งมีจำนวนเพียง 3 ล้านคน เล่นบอลเป็นกี่คนยังไม่นับ… ถ้ายังไม่เชื่อว่ามันน่าลำบาก ก็ลองเลือกเล่น บิลเบา ใน Football Manager ก็ได้…
นอกจากนี้ผู้คนหลายๆคนอาจจะคิดว่า การที่ไม่สามารถซื้อนักเตะข้างนอกมาได้ อาจจะทำให้สตาร์ท้องถิ่นอย่าง ยอร์เรนเต้, หรือ เยสเต้ ขาดคู่แข่งในการแย่งตำแหน่ง และอาจจะทำให้ทีมเฉื่อย…. แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ มันกลับตรงกันข้าม ผู้เล่นชาวบาสก์เหล่านี้เมื่ออยู่ภายใต้เสื้อสโมสร เช่นเดียวกับชาวบาสก์ทั้งหลาย พร้อมต่อสู้ พร้อมแลกเลือด แลกหยาดเหงื่อ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของสโมสร แม้ว่าผู้จัดการทีมอาจจะปวดหัวเรื่องไม่สามารถซื้อคนที่ตัวเองต้องการได้…. แต่สิ่งที่เขาได้แทน คือผู้เล่นที่พร้อมที่จะให้สโมสรเท่าที่ตนจะให้ได้
นโยบายนี้มันเหมือนจะเป็น ประเพณี มากกว่าเป็น กฎเกณฑ์ เพราะมันไม่ได้มีอะไรเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างไรก็ตาม แฟนๆเห็นว่านโยบายนี้เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวที่สำคัญและเก่าแก่ของสโมสร ถือเป็นสิ่งที่พวกเขาภูมิใจ
มันอาจจะยังมีเครื่องหมายคำถาม ถึงผลงานของสโมสร ภายใต้นโยบายนี้…. แอธเลติก บิลเบา เป็นหนึ่งในเพียงสามทีม ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสเปน ที่ยังไม่เคยตกลงไปเล่นในดิวิชั่นต่ำกว่าลีกสูงสุด อีกสองทีมคงไม่ต้องบอกว่าเป็นทีมอะไร มันถือว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากที่ บิลเบา ยังสามารถอยู่ เล่นฟุตบอลในระดับสูงสุดได้อยู่ เป็นระยะเวลานานถึงขนาดนี้
แต่ถึงจะสามารถอยู่รอดได้ในดิวิชั่นสูงสุด แต่ แอธเลติก บิลเบา ก็ไม่ได้แชมป์ลีกมาตั้งแต่ปี 1984….มันจึงเกิดคำถามว่า นโยบาย นี้…มันส่งผลดีหรือไม่กับสโมสร… เพราะบางที การตัดสินใจบางอย่าง จะได้บางอย่างอาจจะต้องเสียอย่าง ถ้าหากเขาอยากประสบความสำเร็จ บางครั้ง พวกเขาอาจจะต้องเสียสละอะไรบางอย่าง เพื่อแลกกับความสำเร็จและความมั่นคงในอนาคต…. แต่ความคิดแบบนี้กลับไม่อยู่ในหัวชาว บาสก์ แม้แต่นิดเดียว
ในปี 2006 พวกเขาเกือบจะตกชั้นอยู่แล้วเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ต้องลุ้นถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล ก่อนที่จะเอาตัวรอดได้ หลังจาก เดปอ ดันไปตกม้าตายแพ้ในนัดสุดท้าย ทำให้ยังรอดอยู่ สำหรับแฟนๆที่ไม่ใช่ชาวบาสก์อาจจะมองว่านโยบายอะไรแบบนี้เป็นสิ่งที่ล้าสมัย และมันเป็นสิ่งเหนี่ยวรั้งไม่ให้ทีมประสบความสำเร็จทั้งในด้านการกีฬาและด้านธุรกิจเท่าที่ควร คำถามที่ตามมาคือพวกเขาสามารถอยู่รอดได้จริงอยู่ แต่การอยู่อย่างไรความสำเร็จมันพอแล้วหรอ… แต่หลังจากมีเสียงสะท้อน มีกระแสจะเอานโยบายนี้ออก ทุกครั้งก็จะมีเสียงจากพวกนักเตะเก่าๆ แฟนๆท้องถิ่นออกมาโจมตีความคิดนี้ และสุดท้าย แผนการล้มล้างนโยบายก็ถูกล้มเลิกไปทุกครั้งไป และมันก็เหมือนว่าความคิดนี้มันคงจะยังอยู่ไปอีกนาน
El Mundo หนังสือพิมพ์ชื่อดัง เคยได้ทำโพลล์ตรวจสอบความคิดเห็น ซึ่งผลก็ออกมาตอกย้ำว่า แฟนๆกว่า 80% เห็นว่า พวกเขายอมที่จะเห็นทีมรักตกชั้น ดีซะกว่าล้มเลิกนโยบายที่เป็นสิ่งที่พวกเขายึดมั่น และ ภูมิใจมาอย่างยาวนาน
ถึงแม้ว่าช่วงหลังๆทีมจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ผลงานช่วงหลังๆ ถือว่าทำผลงานได้ดีเกินคาด เวลานี้ยึดที่ 7 ในตารางฟุตบอลลาลีก้า เล่น 15 นัดเก็บไป 26 คะแนน ฤดูกาลก่อนสามารถเข้าชิง โก ปา เดลเรย์ ครั้งแรกในรอบ 24 ปี ทั้งๆที่เป็นเจ้าของแชมป์มากสุดเป็นอันดับสอง (เป็นรองบาร์ซ่าเพียงสมัยเดียว)
….แน่นอน…เมื่อทีมสามารถเล่นได้ดี ระบบเยาวชนของสโมสรก็ได้รับคำชมกันหน้าบาน โครงสร้างสโมสรแบบนี้ ระบบเยาวชนเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการอยู่รอด และ ผลงานโดยรวมของทีม และในช่วงหลังๆ ถือว่าเยาวชนที่นี่สามารถผลิตนักเตะที่น่าสนใจๆออกมาได้ไม่หยุดหย่อน อย่างรายล่าสุด… อีเคร์ มูเนียอิน ที่หลังขึ้นชุดใหญ่มาไม่นาน ก็ทำลายสถิติต่างๆเป็นว่าเล่น หรือล่าสุดกว่านั้นเจ้าหนู รามาลโย่ ที่กำลังจ่อคิวขึ้นตามรอยมูเนียอินอดีตเพื่อนร่วมทีมเยาวชนขึ้นชุดใหญ่เร็วๆนี้
หนูน้อย มูเนียอิน
พวกเขาเชื่อว่า หากพวกเขาเชื่อในระบบเยาวชน และให้โอกาสอย่างเต็มที่ แทนที่จะเอาเงินไปซื้อนักเตะ สู้เอาเงินเหล่านั้นมาส่งเสริมบุคลากรในบริเวณนั้นจะดีกว่า ถือเป็นโครงสร้างสโมสรที่สร้างไว้บนฐานของนักเตะเยาวชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง แต่มันจะเกินไปไหม? เป็นวิถีทางที่ดีที่สุดรึเปล่า? หรือมันควรจะเป็นตัวอย่างสำหรับสโมสรอื่นๆให้ควรเอาแบบอย่างบ้าง? ไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไร....
“Con cantera y afición, no hace falta importación.”
...พวกเขา... เชื่ออย่างนั้น…
วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553
เซร์คิโอ กานาเลส
เขียน
granero
เซร์คิโอ กานาเลส... ล่าสุดเป็นฮีโร่ยิงสองประตูในบ้าน เซบีย่า ช่วยให้ต้นสังกัด ราซิ่ง ซานตาเดย์ เก็บสามแต้มออกมาได้ (หลายๆคนให้เป็น Man Of the Week เลย)
เกิด 16 กุมพา 1991... อายุ 18 ปี.... เด็กปั้นท้องถิ่นสโมสรราซิ่ง....ดีกรีทีมชาติสเปนชุดต่ำกว่า 19 ปี.... เล่นได้หลากหลายตำแหน่ง ส่วนใหญ่จะเล่นมิดฟิลด์ตัวรุก บางครั้งถูกจับไปเล่นศูนย์หน้า
เป็นดาวรุ่งอีกคนนึงที่สามารถพุ่งขึ้นมาเล่นในลาลีก้าแล้วทำผลงานได้น่าจับตามองมากๆ
ย้อนไปในปี 2006 เดปอร์ดิโว ลาคอร์ลุนญ่า ได้ทำสัญญาถือสิทธิในการซื้อขายในอนาคตของ กานาเลส 50% แนบไปในการซื้อขาย ดูดู้ อาอัวเต้ และ เปโดร มูนิติส ซึ่งตอนนั้นอายุของ กานาเลส พึ่งทำบัตรประชาชนเมืองไทยเอง! (15ปี เผื่อใครไม่รู้) เป็นเพราะสโมสรใหญ่ๆอย่าง เรอัล มาดริด เซบีย่า และ บาร์เซโลน่า ได้จับตามองเด็กคนนี้อยู่ด้วย
และหากมองย้อนกลับไปก็คงไม่ผิดหวัง เพราะตอนนี้ทีมใหญ่ๆก็ตามจีบมากมาย เพียงแต่ปัญหาอย่างเดียวในตอนนี้คือ สัญญาของผู้เล่นจะหมดลงสิ้นปีนี้!
แม้ว่าพ่อของเขา (ซึ่งเป็น เอเยนต์ ด้วย) ออกมาพูดเกี่ยวกับความต้องการให้ลูกต่อสัญญาออกไปเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ และ การเจริญเติบโตเป็นผู้เล่นที่ดีในอนาคต แต่ในเมื่อตอนนี้สัญญายังไม่ถูกเซ็น อะไรก็เกิดขึ้นได้! (ออกมาพูดหลังจากตกเป็นข่าวกับทีมใหญ่ๆบ่อย โดยเฉพาะ เรอัล มาดริด)
จับตามองกันต่อไป....
นัดล่าสุด ยิงสองประตูให้ ราซิ่ง! (เหนือจริง...)
เกิด 16 กุมพา 1991... อายุ 18 ปี.... เด็กปั้นท้องถิ่นสโมสรราซิ่ง....ดีกรีทีมชาติสเปนชุดต่ำกว่า 19 ปี.... เล่นได้หลากหลายตำแหน่ง ส่วนใหญ่จะเล่นมิดฟิลด์ตัวรุก บางครั้งถูกจับไปเล่นศูนย์หน้า
เป็นดาวรุ่งอีกคนนึงที่สามารถพุ่งขึ้นมาเล่นในลาลีก้าแล้วทำผลงานได้น่าจับตามองมากๆ
ย้อนไปในปี 2006 เดปอร์ดิโว ลาคอร์ลุนญ่า ได้ทำสัญญาถือสิทธิในการซื้อขายในอนาคตของ กานาเลส 50% แนบไปในการซื้อขาย ดูดู้ อาอัวเต้ และ เปโดร มูนิติส ซึ่งตอนนั้นอายุของ กานาเลส พึ่งทำบัตรประชาชนเมืองไทยเอง! (15ปี เผื่อใครไม่รู้) เป็นเพราะสโมสรใหญ่ๆอย่าง เรอัล มาดริด เซบีย่า และ บาร์เซโลน่า ได้จับตามองเด็กคนนี้อยู่ด้วย
และหากมองย้อนกลับไปก็คงไม่ผิดหวัง เพราะตอนนี้ทีมใหญ่ๆก็ตามจีบมากมาย เพียงแต่ปัญหาอย่างเดียวในตอนนี้คือ สัญญาของผู้เล่นจะหมดลงสิ้นปีนี้!
แม้ว่าพ่อของเขา (ซึ่งเป็น เอเยนต์ ด้วย) ออกมาพูดเกี่ยวกับความต้องการให้ลูกต่อสัญญาออกไปเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ และ การเจริญเติบโตเป็นผู้เล่นที่ดีในอนาคต แต่ในเมื่อตอนนี้สัญญายังไม่ถูกเซ็น อะไรก็เกิดขึ้นได้! (ออกมาพูดหลังจากตกเป็นข่าวกับทีมใหญ่ๆบ่อย โดยเฉพาะ เรอัล มาดริด)
จับตามองกันต่อไป....
ยิงสองประตูใส่ เอสปันญ่อล!
ยิงใส่ เรอัล มาดริด (ทีมในอนาคต?) แต่ถูกปฏิเศษไป (ล้ำหน้า) ทั้งๆที่จริงไม่ล้ำ
ยิงใส่ เรอัล มาดริด (ทีมในอนาคต?) แต่ถูกปฏิเศษไป (ล้ำหน้า) ทั้งๆที่จริงไม่ล้ำ
วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2553
ลา มาเซีย : ผลผลิตจากบ้านไร่
เขียน
granero
เนื่องจากมีคนทักมาบอกว่า อยากให้ลองเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องเยาวชนของสโมสรต่างๆที่น่าสนใจในลาลีก้าสเปน เมื่อพูดถึงระบบเยาวชนของสโมสรในลาลีก้าสเปน ทีมที่ผุดขึ้นมาทันทีทันใดเมื่อพูดถึงเรื่องระบบเยาวชนคงเป็นทีมอื่นไปไม่ได้นอกจาก บาร์เซโลน่า (เดี๋ยวทีมอื่นๆคงตามมา)
วันที่ 28 พฤษภาคม 2009 บาร์เซโลน่า เข้าชิงแชมป์ฟุตบอลสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ยูฟ่า แชมป์เปี่ยนส์ ลีก กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือว่าแมตช์ที่สำคัญที่สุดของบาร์เซโลน่าในฤดูกาลเลยก็ได้ ไม่น่าเชื่อว่าในเกมส์ที่ใหญ่ขนาดนั้น บาร์เซโลน่า จะมีผู้เล่นจากเยาวชนของพวกเขาลงสนาม 8 จาก 13 คนด้วยกัน! (ตัวจริง 7 ตัวสำรอง 1 {เปโดร} ) ถือว่าเป็นตัวเลขที่เหลือเชื่อมากๆ สำหรับทีมใหญ่ระดับนี้...(ขนาดตัวโค้ชเองยังเป็นเด็กฝึกสโมสรเลย!)
บุคลากรของทีมกว่าครึ่งนึงซึ่งมาจากเยาวชนของทีม ได้ผ่านการอบรมทักษะฟุตบอลจากศูนย์ฝึกฟุตบอลที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในโลกเวลานี้อย่าง "ลา มาเซีย"
ลา มาเซีย เป็นภาษาสเปนแปลว่า "บ้านไร่" ซึ่งเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้วที่ บ้านไร่แห่งนี้ได้ผลิตผลงานคุณภาพออกสู่ตลาด
นอกจากนักเตะท้องถิ่นแล้ว พวกเหล่าแมวมองก็จะหานักเตะต่างถิ่นที่ดูแล้วมีแววที่จะเจริญเติบโตเป็นนักเตะคุณภาพได้ แมวมองก็จะถูกแบ่งงานให้กระจายอยู่ตามที่ต่างๆรอบโลก เมื่อเขาเจอเด็กน่าสนใจ ไม่ว่าอายุจะน้อยหรือมากแค่ไหน เขาก็จะรายงานเข้ามา หลังจากรายงานเข้ามาแล้ว สโมสรก็จะเดินเรื่องเพื่อทาบทามเด็กคนนั้นมาฝึกกับสโมสร เมื่อเด็กตัดสินใจร่วมทีมด้วย บาร์ซ่าก็จะส่งเด็กไปยัง ลา มาเซีย
ที่ ลา มาเซีย เด็กก็จะถูกแบ่งเป็นกลุ่มๆตามอายุของแต่ละคน (กลุ่มที่เด็กที่สุดมีอายุแค่ 7 ขวบ) โดยสโมสรมี 5 อย่างสามัญให้กับเด็กทุกคน นั่นคือ การวางแผนคำนวนอะไรต่างๆเพื่ออนาคตนักเตะ, ตึกพร้อมเครื่องอำนวยความสะดวก, สนามคุณภาพดี, การดูแลสุขภาพ, และ ความเป็นสโมสรบาร์เซโลน่าทั้งในและนอกสนาม
การฝึกฝนใน ลา มาเซีย หลักๆก็แบ่งเป็นสามอย่าง
แตกต่างจากสโมสรอื่นๆ บาร์เซโลน่า คงเป็นทีมเดียว (หล่ะมั้ง) ที่ใช้แผนการเล่นเหมือนกันทั้งหมดทั้งชุด B, ชุดเยาวชน, ชุดใหญ่, ชุดในแต่ละช่วงอายุ, เหมือนกันหมดไม่มีผิดเพี้ยน การปลูกฝังนักเตะแบบนี้มันก็คงไม่น่าแปลกอะไรทำไม บาร์เซโลน่า ถึงผลิตนักเตะมาทดแทนรอยโหว่ทีมชุดใหญ่ (ซึ่งก็มีวิธีการเล่นเหมือนกัน) ได้ตลอดเวลา
โดยนักเตะในเยาวชนก็จะถูกหมุนเวียนเปลี่ยนเพื่อนร่วมทีมไปเรื่อย เพื่อให้นักเตะเข้ากับระบบและสไตล์การเล่นของทีมให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และ ในขณะเดียวกัน เพื่อให้ทีมพึ่งความสามารถของนักเตะคนใดคนนึงน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ (อาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผล ทำไมนักเตะที่ผ่าน ลา มาเซีย เมื่อย้ายออกไปจาก บาร์ซ่า ถึงดับทุกราย)
ในขณะที่เด็กอบรมใน ลา มาเซีย โค้ชของทีมชุดใหญ่ (ตอนนี้ก็เป็น แป๊ป กวาดิโอล่า) และ สตาฟฟ์ของเขา ก็จะได้รับข้อมูลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการประเมิณผลงานและพัฒนาการของเด็กๆแต่ละคน และเมื่อเหล่าสตาฟฟ์เห็นว่าเด็กคนนี้น่าจะได้รับโอกาสขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ เขาก็จะถูกเรียกขึ้นมาติด ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของนักเตะที่จะพยายามสอดแทรกเพื่อตำแหน่งภายในทีมชุดใหญ่
แต่ละทีมก็มีปรัชญาในการทำทีมแตกต่างกัน ไม่มีปรัชญาทีมไหนถูก ไม่มีทีมไหนผิด แต่วันนี้ หากพูดถึงทีมที่ ถูก มากที่สุด หลายๆคนคงเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า บาร์เซโลน่า อย่างแน่นอน
วันที่ 28 พฤษภาคม 2009 บาร์เซโลน่า เข้าชิงแชมป์ฟุตบอลสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ยูฟ่า แชมป์เปี่ยนส์ ลีก กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือว่าแมตช์ที่สำคัญที่สุดของบาร์เซโลน่าในฤดูกาลเลยก็ได้ ไม่น่าเชื่อว่าในเกมส์ที่ใหญ่ขนาดนั้น บาร์เซโลน่า จะมีผู้เล่นจากเยาวชนของพวกเขาลงสนาม 8 จาก 13 คนด้วยกัน! (ตัวจริง 7 ตัวสำรอง 1 {เปโดร} ) ถือว่าเป็นตัวเลขที่เหลือเชื่อมากๆ สำหรับทีมใหญ่ระดับนี้...(ขนาดตัวโค้ชเองยังเป็นเด็กฝึกสโมสรเลย!)
ภาพจาก Sports แสดงให้เห็นจำนวนนักเตะจาก แต่ละระบบเยาวชนใน
11 ตัวจริง ของสโมสรชั้นนำในยุโรปของแต่ละสโมสรนั้นๆ
*คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่
บุคลากรของทีมกว่าครึ่งนึงซึ่งมาจากเยาวชนของทีม ได้ผ่านการอบรมทักษะฟุตบอลจากศูนย์ฝึกฟุตบอลที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในโลกเวลานี้อย่าง "ลา มาเซีย"
ลา มาเซีย เป็นภาษาสเปนแปลว่า "บ้านไร่" ซึ่งเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้วที่ บ้านไร่แห่งนี้ได้ผลิตผลงานคุณภาพออกสู่ตลาด
นอกจากนักเตะท้องถิ่นแล้ว พวกเหล่าแมวมองก็จะหานักเตะต่างถิ่นที่ดูแล้วมีแววที่จะเจริญเติบโตเป็นนักเตะคุณภาพได้ แมวมองก็จะถูกแบ่งงานให้กระจายอยู่ตามที่ต่างๆรอบโลก เมื่อเขาเจอเด็กน่าสนใจ ไม่ว่าอายุจะน้อยหรือมากแค่ไหน เขาก็จะรายงานเข้ามา หลังจากรายงานเข้ามาแล้ว สโมสรก็จะเดินเรื่องเพื่อทาบทามเด็กคนนั้นมาฝึกกับสโมสร เมื่อเด็กตัดสินใจร่วมทีมด้วย บาร์ซ่าก็จะส่งเด็กไปยัง ลา มาเซีย
ที่ ลา มาเซีย เด็กก็จะถูกแบ่งเป็นกลุ่มๆตามอายุของแต่ละคน (กลุ่มที่เด็กที่สุดมีอายุแค่ 7 ขวบ) โดยสโมสรมี 5 อย่างสามัญให้กับเด็กทุกคน นั่นคือ การวางแผนคำนวนอะไรต่างๆเพื่ออนาคตนักเตะ, ตึกพร้อมเครื่องอำนวยความสะดวก, สนามคุณภาพดี, การดูแลสุขภาพ, และ ความเป็นสโมสรบาร์เซโลน่าทั้งในและนอกสนาม
การฝึกฝนใน ลา มาเซีย หลักๆก็แบ่งเป็นสามอย่าง
- การควบคุมบอล
- การจ่ายบอล
- การยิง
แตกต่างจากสโมสรอื่นๆ บาร์เซโลน่า คงเป็นทีมเดียว (หล่ะมั้ง) ที่ใช้แผนการเล่นเหมือนกันทั้งหมดทั้งชุด B, ชุดเยาวชน, ชุดใหญ่, ชุดในแต่ละช่วงอายุ, เหมือนกันหมดไม่มีผิดเพี้ยน การปลูกฝังนักเตะแบบนี้มันก็คงไม่น่าแปลกอะไรทำไม บาร์เซโลน่า ถึงผลิตนักเตะมาทดแทนรอยโหว่ทีมชุดใหญ่ (ซึ่งก็มีวิธีการเล่นเหมือนกัน) ได้ตลอดเวลา
โดยนักเตะในเยาวชนก็จะถูกหมุนเวียนเปลี่ยนเพื่อนร่วมทีมไปเรื่อย เพื่อให้นักเตะเข้ากับระบบและสไตล์การเล่นของทีมให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และ ในขณะเดียวกัน เพื่อให้ทีมพึ่งความสามารถของนักเตะคนใดคนนึงน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ (อาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผล ทำไมนักเตะที่ผ่าน ลา มาเซีย เมื่อย้ายออกไปจาก บาร์ซ่า ถึงดับทุกราย)
ในขณะที่เด็กอบรมใน ลา มาเซีย โค้ชของทีมชุดใหญ่ (ตอนนี้ก็เป็น แป๊ป กวาดิโอล่า) และ สตาฟฟ์ของเขา ก็จะได้รับข้อมูลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการประเมิณผลงานและพัฒนาการของเด็กๆแต่ละคน และเมื่อเหล่าสตาฟฟ์เห็นว่าเด็กคนนี้น่าจะได้รับโอกาสขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ เขาก็จะถูกเรียกขึ้นมาติด ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของนักเตะที่จะพยายามสอดแทรกเพื่อตำแหน่งภายในทีมชุดใหญ่
แต่ละทีมก็มีปรัชญาในการทำทีมแตกต่างกัน ไม่มีปรัชญาทีมไหนถูก ไม่มีทีมไหนผิด แต่วันนี้ หากพูดถึงทีมที่ ถูก มากที่สุด หลายๆคนคงเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า บาร์เซโลน่า อย่างแน่นอน
วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553
โจนาธาน ดอส ซานโตส
เขียน
granero
หลังจากจบเกมส์ บาร์เซโลน่า เสมอ บียาร์เรอัล ไป 1-1 เมื่อวาน คงไม่มีใครกลับบ้านไป แล้วฉลองต่อ... นอกจากเด็กหนุ่มวัย 19 ปี โจนาธาน ดอส ซานโตส
ก่อนอื่น หลายๆคนเมื่อเห็นชื่อเขาผู้นี้คงงง และถามตัวเองว่า... เป็นอะไรกับ จิโอวานี่ ดอส ซานโตส อดีตเด็กอนาคตไกล ซึ่งตอนนี้โดนดองเค็มอยู่ในพรีเมียร์ลีกรึเปล่า? คำตอบคือ ใช่! สองคนนี้เป็นพี่น้องกัน โจนาธาน อายุน้อยกว่า จิโอวานี่ 1 ปี
เมื่อวานนี้ หลังจาก เกอีต้า และ ตูเร่ ต้องไปรับใช้ชาติในประเทศแองโกล่า โจนาธาน เลยได้โอกาสลงสนามให้กับบาร์เซโลน่า แต่น้อยคนคงคิดว่าเขาจะได้เป็นตัวจริง! (อย่างน้อยผมคนนึงแหละไม่คิด) ถือเป็นนัดแรกในลีกของตัวเองกับต้นสังกัดด้วย ถ้าถามผม ผมว่าผมโอเคนะ คิดว่าทำได้ดีระดับนึง แม้ว่าคู่แข่งจะไม่ใช่หมูๆ(ก็ไม่ใช่หมูอยู่แล้ว ในเมื่อเป็นเรือดำน้ำ) และ ยิ่งไปกว่านั้นผู้เล่นบาร์ซ่ารอบๆเขาก็ทำผลงานไม่ดีเท่าที่ควร
ผลงานที่ออกมาสำหรับนัดเปิดตัวแค่นี้ก็ดีแล้ว! ไม่ได้บอกว่าเล่นดีขนาดเป็นตัวจริงได้เลย แต่ลูกจ่ายต่างๆ ลูกดึงจังหวะต่างๆ เนียนตา แถมยังหาโอกาสเข้าไปจู่โจมในกรอบเขตโทษคู่แข่งให้เห็นบ้าง ที่ผมกำลังจะบอกคือ ในช่วงที่เหลือของเดือนนี้....
จับตามองให้ดี! โจ....นาธาน...โอมาน..นักเตะชื่อดังชาว เนปาล...เอ๊ยยย!
โจนาธาน ดอส ซานโตส!
ก่อนอื่น หลายๆคนเมื่อเห็นชื่อเขาผู้นี้คงงง และถามตัวเองว่า... เป็นอะไรกับ จิโอวานี่ ดอส ซานโตส อดีตเด็กอนาคตไกล ซึ่งตอนนี้โดนดองเค็มอยู่ในพรีเมียร์ลีกรึเปล่า? คำตอบคือ ใช่! สองคนนี้เป็นพี่น้องกัน โจนาธาน อายุน้อยกว่า จิโอวานี่ 1 ปี
เมื่อวานนี้ หลังจาก เกอีต้า และ ตูเร่ ต้องไปรับใช้ชาติในประเทศแองโกล่า โจนาธาน เลยได้โอกาสลงสนามให้กับบาร์เซโลน่า แต่น้อยคนคงคิดว่าเขาจะได้เป็นตัวจริง! (อย่างน้อยผมคนนึงแหละไม่คิด) ถือเป็นนัดแรกในลีกของตัวเองกับต้นสังกัดด้วย ถ้าถามผม ผมว่าผมโอเคนะ คิดว่าทำได้ดีระดับนึง แม้ว่าคู่แข่งจะไม่ใช่หมูๆ(ก็ไม่ใช่หมูอยู่แล้ว ในเมื่อเป็นเรือดำน้ำ) และ ยิ่งไปกว่านั้นผู้เล่นบาร์ซ่ารอบๆเขาก็ทำผลงานไม่ดีเท่าที่ควร
ผลงานที่ออกมาสำหรับนัดเปิดตัวแค่นี้ก็ดีแล้ว! ไม่ได้บอกว่าเล่นดีขนาดเป็นตัวจริงได้เลย แต่ลูกจ่ายต่างๆ ลูกดึงจังหวะต่างๆ เนียนตา แถมยังหาโอกาสเข้าไปจู่โจมในกรอบเขตโทษคู่แข่งให้เห็นบ้าง ที่ผมกำลังจะบอกคือ ในช่วงที่เหลือของเดือนนี้....
จับตามองให้ดี! โจ....นาธาน...โอมาน..นักเตะชื่อดังชาว เนปาล...เอ๊ยยย!
โจนาธาน ดอส ซานโตส!
อันนี้วีดีโอผลงานกับ บาร์ซ่า
วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552
โฆนุส รามาลโย่ สร้างประวัติศาสตร์?
เขียน
granero
ชื่อ: โฆนุส รามาลโย่
สโมสร: แอธเลติก บิลเบา
ตำแหน่ง: กองหลัง
อายุ: 16
สโมสร: แอธเลติก บิลเบา
ตำแหน่ง: กองหลัง
อายุ: 16
นักเตะหนุ่มไฟแรงคนนี้ถูกส่งลงสนามในเกมส์ ยูโรป้า ลีก ในฐานะตัวสำรองด้วยวัยเพียง 16 ปี!! เป็นดาวรุ่งที่ถูกจับตามองจากสื่อสเปนเป็นอย่างมาก เพราะความสามารถจัดว่าสูงติดเพดานเลยทีเดียว ถูกคาดการว่าในอนาคตอันใกล้ อาจจะเดินตามรอยเพื่อนร่วมทีมอย่าง อีเกร์ มูเนียอิน มิดฟิลด์ดาวรุ่งของ แอธเลติก บิลเบา ซึ่งก็ได้ลงเล่นตั้งแต่ 16 เหมือนกัน (มูเนียอิน นี่เด็กสุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร และ ตอนนี้ยังครองสถิติทำประตูด้วยอายุน้อยที่สุดในลาลีก้าด้วย)
อาทิตย์นี้เขามีโอกาสที่จะได้ลงเล่นให้กับต้นสังกัด แอธเลติก บิลเบา เป็นการเปิดตัวในลาลีก้า พร้อมสร้างประวัติศาสตร์... ไม่ใช่เรื่องอายุ แต่ถ้าเขาได้ลง เขาจะเป็นนักเตะผิวสีคนแรกของ แอธเลติก บิลเบา ที่จะได้ลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ในลีกสูงสุดตั้งแต่มีการก่อตั้งสโมสร! ยินดีด้วยครับ! เป็นข่าวที่น่าดีใจมาก!
ติดต่อ โฆษนา แนะนำ สอบถาม ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ ได้ที่
lfpthailand(แอด)windowslive.com, tungtul(แอด)hotmail.com
หรือ ตู้จดหมาย
© 2010 by LFPthailand. All rights reserved.
หรือ ตู้จดหมาย
© 2010 by LFPthailand. All rights reserved.
















